ชื่อเรื่อง :
ชื่อไฟล์ : file_download ดาว์นโหลดไฟล์นี้
ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ../add_file/

ชื่อไฟล์ :

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

../add_file/



ชื่อไฟล์ : แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับจ้างเหมาจัดเตรียมสถานที่โครงการแข่งขันฟุตซอล ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับจ้างเหมาจัดเตรียมสถานที่โครงการแข่งขันฟุตซอล ../add_file/แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับจ้างเหมาจัดเตรียมสถานที่โครงการแข่งขันฟุตซอล

ชื่อไฟล์ : ตัวอย่างเอกสาร online ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ตัวอย่างเอกสาร online ../add_file/ตัวอย่างเอกสาร online

ชื่อไฟล์ : ตัวอย่างเอกสาร online ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ตัวอย่างเอกสาร online ../add_file/ตัวอย่างเอกสาร online

ชื่อไฟล์ : ข้อมูลระบบ ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ข้อมูลระบบ ../add_file/ข้อมูลระบบ

ชื่อไฟล์ : บทความใหม่ ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: บทความใหม่ ../add_file/บทความใหม่

ชื่อไฟล์ : ตัวอย่างเอกสาร online ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ตัวอย่างเอกสาร online ../add_file/ตัวอย่างเอกสาร online

ชื่อไฟล์ : {$Duration:1200,$Opacity:2} ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: {$Duration:1200,$Opacity:2} ../add_file/{$Duration:1200,$Opacity:2}

ชื่อไฟล์ : FM5StIFSun31114.jpg

ชื่อไฟล์ :

facebook องค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อ

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

facebook องค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อ

../add_file/

facebook องค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อ



ชื่อไฟล์ : เข้ามาเยี่ยมชมครับ ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: เข้ามาเยี่ยมชมครับ ../add_file/เข้ามาเยี่ยมชมครับ

ชื่อไฟล์ :

รอปรับปรุง ใหม่

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

รอปรับปรุง ใหม่

../add_file/

รอปรับปรุง ใหม่



ชื่อไฟล์ :

รอปรับปรุง

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

รอปรับปรุง

../add_file/

รอปรับปรุง



ชื่อไฟล์ : w3-animate-fading ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: w3-animate-fading ../add_file/w3-animate-fading

ชื่อไฟล์ :

รอปรับปรุง

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

รอปรับปรุง

../add_file/

รอปรับปรุง



ชื่อไฟล์ :

คำถาม :
ตอบ :
 

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

คำถาม :
ตอบ :
 

../add_file/

คำถาม :
ตอบ :
 



ชื่อไฟล์ :

 

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

 

../add_file/

 



ชื่อไฟล์ :

 https://line.me/R/ti/g/T8ZV_xveh2

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

 https://line.me/R/ti/g/T8ZV_xveh2

../add_file/

 https://line.me/R/ti/g/T8ZV_xveh2



ชื่อไฟล์ :

องค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อ 183 หมู่ 13
ตำบลเขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ 67270
หมายเลขโทรศัพท์ 0 5672 8068 หมายเลขโทรสาร 0 5672 8069
 
ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

องค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อ 183 หมู่ 13
ตำบลเขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ 67270
หมายเลขโทรศัพท์ 0 5672 8068 หมายเลขโทรสาร 0 5672 8069
 
../add_file/

องค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อ 183 หมู่ 13
ตำบลเขาค้อ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ 67270
หมายเลขโทรศัพท์ 0 5672 8068 หมายเลขโทรสาร 0 5672 8069
 


ชื่อไฟล์ :

สถานที่ท่องเที่ยว2234dsfasf

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

สถานที่ท่องเที่ยว2234dsfasf

../add_file/

สถานที่ท่องเที่ยว2234dsfasf



ชื่อไฟล์ : ทดสอบ ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: ทดสอบ ../add_file/ทดสอบ

ชื่อไฟล์ :

อำนาจหน้าที่ของ อบต.

อบต. มีหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสภาตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2542)

1.พัฒนาตำบลทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (มาตรา 66)

2.มีหน้าที่ต้องทำตามมาตรา 67 ดังนี้

     1) จัดให้มีและบำรุงทางน้ำและทางบก

     2) การรักษาความสะอาดของถนน ทางน้ำ ทางเดินและที่สาธารณะ รวมทั้งการกำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล

     3) ป้องกันโรคและระงับโรคติดต่อ

     4) ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

     5) ส่งเสริมการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

     6) ส่งเสริมการพัฒนาสตรี เด็กและเยาวชน ผู้สูงอายุและพิการ

     7) คุ้มครอง ดูแลและบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

     8) บำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น

     9) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ทางราชการมอบหมาย

3.มีหน้าที่ที่อาจทำกิจกรรมในเขต อบต. ตามมาตรา 68 ดังนี้

     1) ให้มีน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภคและการเกษตร

     2) ให้มีและบำรุงไฟฟ้าหรือแสงสว่างโดยวิธีอื่น

     3) ให้มีและบำรุงรักษาทางระบายน้ำ

     4) ให้มีและบำรุงสถานที่ประชุม การกีฬา การพักผ่อนหย่อนใจและสวนสาธารณะ

     5) ให้มีและส่งเสริมกลุ่มเกษตรกร และกิจการสหกรณ์

     6) ส่งเสริมให้มีอุตสาหกรรมในครอบครัว

     7) บำรุงและส่งเสริมการประกอบอาชีพ

     8) การคุ้มครองดูแลและรักษาทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน

     9) หาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของ อบต.

     10) ให้มีตลาด ท่าเทียบเรือ และท่าข้าม

     11) กิจการเกี่ยวกับการพาณิชย์

     12) การท่องเที่ยว

     13) การผังเมือง

 

อำนาจหน้าที่ตามแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ

พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองท้องถิ่น พ.ศ. 2542 กำหนดให้ อบต.มีอำนาจและหน้าที่ในการจัดระบบการบริการสาธารณะ เพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นของตนเองตามมาตรา16 ดังนี้

1.การจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง

2.การจัดให้มี และบำรุงรักษาทางบกทางน้ำ และทางระบายน้ำ

3.การจัดให้มีและควบคุมตลาด ท่าเทียบเรือ ท่าข้าม และที่จอดรถ

4.การสาธารณูปโภค และการก่อสร้างอื่นๆ

5.การสาธารณูปการ

6.การส่งเสริม การฝึก และการประกอบอาชีพ

7.คุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

8.การส่งเสริมการท่องเที่ยว

9.การจัดการศึกษา

10.การสังคมสงเคราะห์ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้อยโอกาส

11.การบำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น

12.การปรับปรุงแหล่งชุมชนแออัด และการจัดการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย

13.การจัดให้มี และบำรุงรักษาสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ

14.การส่งเสริมกีฬา

15.การส่งเสริมประชาธิปไตย ความเสมอภาค และสิทธิเสรีภาพของประชาชน

16.ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของราษฎรในการพัฒนาท้องถิ่น

17.การรักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง

18.การกำจัดมูลฝอย สิ่งปฏิกูล และน้ำเสีย

19.การสาธารณสุข การอนามัยครอบครัว และการรักษาพยาบาล

20.การจัดให้มี และควบคุมสุสาน และฌาปนสถาน

21.การควบคุมการเลี้ยงสัตว์

22.การจัดให้มี และควบคุมการฆ่าสัตว์

23.การรักษาความปลอดภัย ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และการอนามัย โรงมหรสพ และสาธราณสถานอื่นๆ

24.การจัดการ การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากป่าไม้ ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

25.การผังเมือง

26.การข่นส่ง และการวิศวกรรมจราจร

27.การดูแลรักษาที่สาธารณะ

28.การควบคุมอาคาร

29.การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

30.การรักษาความสงบเรียบร้อย การส่งเสริมและสนับสนุนการป้องกันและรักษาความปลอกภัยในชีวิต และทรัพย์สิน

31.กิจอื่นใด ที่เป็นผลประโยชน์ของประชาชนในื้องถิ่นตามที่คระกรรมการประกาศกำหนด

 

 

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

อำนาจหน้าที่ของ อบต.

อบต. มีหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสภาตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2542)

1.พัฒนาตำบลทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (มาตรา 66)

2.มีหน้าที่ต้องทำตามมาตรา 67 ดังนี้

     1) จัดให้มีและบำรุงทางน้ำและทางบก

     2) การรักษาความสะอาดของถนน ทางน้ำ ทางเดินและที่สาธารณะ รวมทั้งการกำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล

     3) ป้องกันโรคและระงับโรคติดต่อ

     4) ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

     5) ส่งเสริมการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

     6) ส่งเสริมการพัฒนาสตรี เด็กและเยาวชน ผู้สูงอายุและพิการ

     7) คุ้มครอง ดูแลและบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

     8) บำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น

     9) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ทางราชการมอบหมาย

3.มีหน้าที่ที่อาจทำกิจกรรมในเขต อบต. ตามมาตรา 68 ดังนี้

     1) ให้มีน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภคและการเกษตร

     2) ให้มีและบำรุงไฟฟ้าหรือแสงสว่างโดยวิธีอื่น

     3) ให้มีและบำรุงรักษาทางระบายน้ำ

     4) ให้มีและบำรุงสถานที่ประชุม การกีฬา การพักผ่อนหย่อนใจและสวนสาธารณะ

     5) ให้มีและส่งเสริมกลุ่มเกษตรกร และกิจการสหกรณ์

     6) ส่งเสริมให้มีอุตสาหกรรมในครอบครัว

     7) บำรุงและส่งเสริมการประกอบอาชีพ

     8) การคุ้มครองดูแลและรักษาทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน

     9) หาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของ อบต.

     10) ให้มีตลาด ท่าเทียบเรือ และท่าข้าม

     11) กิจการเกี่ยวกับการพาณิชย์

     12) การท่องเที่ยว

     13) การผังเมือง

 

อำนาจหน้าที่ตามแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ

พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองท้องถิ่น พ.ศ. 2542 กำหนดให้ อบต.มีอำนาจและหน้าที่ในการจัดระบบการบริการสาธารณะ เพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นของตนเองตามมาตรา16 ดังนี้

1.การจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง

2.การจัดให้มี และบำรุงรักษาทางบกทางน้ำ และทางระบายน้ำ

3.การจัดให้มีและควบคุมตลาด ท่าเทียบเรือ ท่าข้าม และที่จอดรถ

4.การสาธารณูปโภค และการก่อสร้างอื่นๆ

5.การสาธารณูปการ

6.การส่งเสริม การฝึก และการประกอบอาชีพ

7.คุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

8.การส่งเสริมการท่องเที่ยว

9.การจัดการศึกษา

10.การสังคมสงเคราะห์ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้อยโอกาส

11.การบำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น

12.การปรับปรุงแหล่งชุมชนแออัด และการจัดการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย

13.การจัดให้มี และบำรุงรักษาสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ

14.การส่งเสริมกีฬา

15.การส่งเสริมประชาธิปไตย ความเสมอภาค และสิทธิเสรีภาพของประชาชน

16.ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของราษฎรในการพัฒนาท้องถิ่น

17.การรักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง

18.การกำจัดมูลฝอย สิ่งปฏิกูล และน้ำเสีย

19.การสาธารณสุข การอนามัยครอบครัว และการรักษาพยาบาล

20.การจัดให้มี และควบคุมสุสาน และฌาปนสถาน

21.การควบคุมการเลี้ยงสัตว์

22.การจัดให้มี และควบคุมการฆ่าสัตว์

23.การรักษาความปลอดภัย ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และการอนามัย โรงมหรสพ และสาธราณสถานอื่นๆ

24.การจัดการ การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากป่าไม้ ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

25.การผังเมือง

26.การข่นส่ง และการวิศวกรรมจราจร

27.การดูแลรักษาที่สาธารณะ

28.การควบคุมอาคาร

29.การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

30.การรักษาความสงบเรียบร้อย การส่งเสริมและสนับสนุนการป้องกันและรักษาความปลอกภัยในชีวิต และทรัพย์สิน

31.กิจอื่นใด ที่เป็นผลประโยชน์ของประชาชนในื้องถิ่นตามที่คระกรรมการประกาศกำหนด

 

 

../add_file/

อำนาจหน้าที่ของ อบต.

อบต. มีหน้าที่ตามพระราชบัญญัติสภาตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2542)

1.พัฒนาตำบลทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (มาตรา 66)

2.มีหน้าที่ต้องทำตามมาตรา 67 ดังนี้

     1) จัดให้มีและบำรุงทางน้ำและทางบก

     2) การรักษาความสะอาดของถนน ทางน้ำ ทางเดินและที่สาธารณะ รวมทั้งการกำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล

     3) ป้องกันโรคและระงับโรคติดต่อ

     4) ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

     5) ส่งเสริมการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

     6) ส่งเสริมการพัฒนาสตรี เด็กและเยาวชน ผู้สูงอายุและพิการ

     7) คุ้มครอง ดูแลและบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

     8) บำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น

     9) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ทางราชการมอบหมาย

3.มีหน้าที่ที่อาจทำกิจกรรมในเขต อบต. ตามมาตรา 68 ดังนี้

     1) ให้มีน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภคและการเกษตร

     2) ให้มีและบำรุงไฟฟ้าหรือแสงสว่างโดยวิธีอื่น

     3) ให้มีและบำรุงรักษาทางระบายน้ำ

     4) ให้มีและบำรุงสถานที่ประชุม การกีฬา การพักผ่อนหย่อนใจและสวนสาธารณะ

     5) ให้มีและส่งเสริมกลุ่มเกษตรกร และกิจการสหกรณ์

     6) ส่งเสริมให้มีอุตสาหกรรมในครอบครัว

     7) บำรุงและส่งเสริมการประกอบอาชีพ

     8) การคุ้มครองดูแลและรักษาทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน

     9) หาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของ อบต.

     10) ให้มีตลาด ท่าเทียบเรือ และท่าข้าม

     11) กิจการเกี่ยวกับการพาณิชย์

     12) การท่องเที่ยว

     13) การผังเมือง

 

อำนาจหน้าที่ตามแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ

พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองท้องถิ่น พ.ศ. 2542 กำหนดให้ อบต.มีอำนาจและหน้าที่ในการจัดระบบการบริการสาธารณะ เพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นของตนเองตามมาตรา16 ดังนี้

1.การจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง

2.การจัดให้มี และบำรุงรักษาทางบกทางน้ำ และทางระบายน้ำ

3.การจัดให้มีและควบคุมตลาด ท่าเทียบเรือ ท่าข้าม และที่จอดรถ

4.การสาธารณูปโภค และการก่อสร้างอื่นๆ

5.การสาธารณูปการ

6.การส่งเสริม การฝึก และการประกอบอาชีพ

7.คุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

8.การส่งเสริมการท่องเที่ยว

9.การจัดการศึกษา

10.การสังคมสงเคราะห์ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้อยโอกาส

11.การบำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น

12.การปรับปรุงแหล่งชุมชนแออัด และการจัดการเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย

13.การจัดให้มี และบำรุงรักษาสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ

14.การส่งเสริมกีฬา

15.การส่งเสริมประชาธิปไตย ความเสมอภาค และสิทธิเสรีภาพของประชาชน

16.ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของราษฎรในการพัฒนาท้องถิ่น

17.การรักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง

18.การกำจัดมูลฝอย สิ่งปฏิกูล และน้ำเสีย

19.การสาธารณสุข การอนามัยครอบครัว และการรักษาพยาบาล

20.การจัดให้มี และควบคุมสุสาน และฌาปนสถาน

21.การควบคุมการเลี้ยงสัตว์

22.การจัดให้มี และควบคุมการฆ่าสัตว์

23.การรักษาความปลอดภัย ความเป็นระเบียบเรียบร้อย และการอนามัย โรงมหรสพ และสาธราณสถานอื่นๆ

24.การจัดการ การบำรุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากป่าไม้ ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

25.การผังเมือง

26.การข่นส่ง และการวิศวกรรมจราจร

27.การดูแลรักษาที่สาธารณะ

28.การควบคุมอาคาร

29.การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

30.การรักษาความสงบเรียบร้อย การส่งเสริมและสนับสนุนการป้องกันและรักษาความปลอกภัยในชีวิต และทรัพย์สิน

31.กิจอื่นใด ที่เป็นผลประโยชน์ของประชาชนในื้องถิ่นตามที่คระกรรมการประกาศกำหนด

 

 



ชื่อไฟล์ :

ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ของเรา

ไม่ว่าท่านจะเคยได้ยินอะไรเกี่ยวกับการจัดทำเว็บไซต์...

เราพร้อมที่จะพัฒนาให้ระบบทำงานได้ดี และรวดเร็วง่ายสำหรับทุกคน

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ของเรา

ไม่ว่าท่านจะเคยได้ยินอะไรเกี่ยวกับการจัดทำเว็บไซต์...

เราพร้อมที่จะพัฒนาให้ระบบทำงานได้ดี และรวดเร็วง่ายสำหรับทุกคน

../add_file/

ยินดีต้อนรับสู่เว็บไซต์ของเรา

ไม่ว่าท่านจะเคยได้ยินอะไรเกี่ยวกับการจัดทำเว็บไซต์...

เราพร้อมที่จะพัฒนาให้ระบบทำงานได้ดี และรวดเร็วง่ายสำหรับทุกคน



ชื่อไฟล์ : xGIMcPUMon83839.pdf

ชื่อไฟล์ :
ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:
../add_file/


ชื่อไฟล์ :

เราเป็นผู้พัฒนาเว็บไซต์ให้ใช้งานง่าย ด้วยระบบ easyweb ใช้งานง่าย พร้อมแสดงได้ในแทบเล็ต และมือถือ

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

เราเป็นผู้พัฒนาเว็บไซต์ให้ใช้งานง่าย ด้วยระบบ easyweb ใช้งานง่าย พร้อมแสดงได้ในแทบเล็ต และมือถือ

../add_file/

เราเป็นผู้พัฒนาเว็บไซต์ให้ใช้งานง่าย ด้วยระบบ easyweb ใช้งานง่าย พร้อมแสดงได้ในแทบเล็ต และมือถือ



ชื่อไฟล์ :

การพัฒนาระบบของเรา

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

การพัฒนาระบบของเรา

../add_file/

การพัฒนาระบบของเรา



ชื่อไฟล์ : รอปรับปรุงข้อมูล... ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์: รอปรับปรุงข้อมูล... ../add_file/ รอปรับปรุงข้อมูล...

ชื่อไฟล์ :



นางจันทร์แรม ศรีเดช
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อ

 

(  นายมาฆะ สืบวงศ์ ) 
ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อ

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:



นางจันทร์แรม ศรีเดช
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อ

 

(  นายมาฆะ สืบวงศ์ ) 
ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อ

../add_file/



นางจันทร์แรม ศรีเดช
นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อ

 

(  นายมาฆะ สืบวงศ์ ) 
ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อ



ชื่อไฟล์ :

 แผนที่แหล่งท่องเที่ยวเขาค้อ และใกล้เคียง


 

การเดินทางโดยรถโดยสาร

เส้นทางกรุงเทพฯ-เขาค้อ มีรถโดยสารของ พิษณุโลกยานยนต์ โทรสอบถามเวลา 02 936 2924-5

บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการเดินรถปรับอากาศชั้น 2 และรถธรรมดากรุงเทพฯ-เพชรบูรณ์-หล่มสัก ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 2936 2852–66 สาขาเพชรบูรณ์ โทร. 0 5672 1581
บริษัทเพชรทัวร์ บริการเดินรถปรับอากาศชั้น 1 ในเส้นทางเดียวกัน โทร. 0 2936 3230 สาขาเพชรบูรณ์ โทร. 0 5672 2818
บริษัทถิ่นสยามทัวร์ บริการเดินรถปรับอากาศชั้น 1 โทร. 0 2936 0500, 0 2513 9077 (จากกรุงเทพฯ มีรถประมาณ 8 เที่ยวตั้งแต่เวลา 09.30 น.- 23.30 น.) สาขาเพชรบูรณ์ โทร. 0 5672 1913 สาขาหล่มสัก โทร. 0 5670 1613 (จากหล่มสักมีรถประมาณ 7 เที่ยว ตั้งแต่เวลา 08.30 น. – 24.00 น.)

รถยนต์ส่วนตัวจากกรุงเทพฯ

ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถ.พหลโยธิน เส้นทางไปสระบุรี ==> เลี้ยวซ้ายเข้าทางเลี่ยงเมืองสระบุรี มุ่งหน้าลพบุรี เพชรบูรณ์ บนทางหลวงหมายเลข 21 ใช้เส้นทาง ทางหลวงหมายเลข 21 ตลอดเส้นทางผ่านอ.ชัยบาดาล อ.ศรีเทพ อ.วิเชียรบุรี อ. บึงสามพัน อ.เมือง มุ่งหน้าอ.หล่มสัก จนถึง สี่แยกพ่อขุนผาเมือง กม.261==>เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ทางหลวงหมายเลข 12 มุ่งหน้าสู่จังหวัดพิษณุโลก ประมาณ 20 กม. จะถึงสามแยกแคมป์สน(เข้าเขาค้อ) ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2196 ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีแหล่งท่องเที่ยว และรีสอร์ตต่างๆบนเขาค้อตลอดเส้นทาง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง

หรือ เส้นทางที่ 2 ใช้ทางหลวงหมายเลข1 ถ.พหลโยธิน เส้นทางสระบุรี ==>เลี้ยวซ้ายเข้าทางเลี่ยงเมืองก่อนถึงสระบุรี มุ่งหน้าลพบุรี- เพชรบูรณ์ ทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านอ.ต่างๆในจังหวัดลพบุรี จนถึงอ.เมือง เพชรบูรณ์ เลยอำเภอเมืองประมาณ 13 กิโลเมตร ถึงแยกนางั่ว เลี้ยวซ้ายเข้าถนนหมายเลข 2196 เส้นทางนางั่ว-เขาค้อ ผ่านจุดทดสอบเนินมหัศจรรย์ เส้นทางท่องเที่ยว และรีสอร์ตต่างๆ บนเขาค้อ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง

หรือ เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1ถนนพหลโยธิน ถึงอำเภอวังน้อยแล้วแยกเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 32 ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท เข้านครสวรรค์แล้วใช้เส้นทางหมายเลข 117 ตรงเข้าจังหวัดพิษณุโลก จากนั้นใช้ทางหมายเลข 12เส้นพิษณุโลก-หล่มสัก ผ่านเขาค้อ-หล่มสัก เข้าจังหวัดเพชรบูรณ์ รวมระยะทาง 547 กิโลเมตร

กำหนดเวลาเดินรถของพิษณุโลกยานยนต์

เที่ยวไป จากกรุงเทพฯ

เวลาออก เวลาถึง สายที่/เส้นทาง
กรุงเทพฯ พิษณุโลก
07:00 – 12:00 965 กรุงเทพ-พิษณุโลก-อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย (air1)
08:00 – 13:00 913 กรุงเทพ-พิษณุโลก (air1)
09:00 – 14:00 913 กรุงเทพ-พิษณุโลก (air1)
10:00 – 15:00 965 กรุงเทพ-พิษณุโลก-อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย *vip*
10:30 – 15:30 963 กรุงเทพ-พิษณุโลก-เขาค้อ (air1)
11:00 – 16:00 913 กรุงเทพ-พิษณุโลก (air1)
12:30 – 17:30 965 กรุงเทพ-พิษณุโลก-อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย (air1)
13:30 – 18:30 963 กรุงเทพ-พิษณุโลก-เขาค้อ (air1)
14:00 – 19:00 965 กรุงเทพ-พิษณุโลก-อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย (air1)
15:30 – 20:30 913 กรุงเทพ-พิษณุโลก (air1)
16:30 – 21:30 913 กรุงเทพ-พิษณุโลก (air1)
17:30 – 22:30 913 กรุงเทพ-พิษณุโลก (air1)
19:00 – 24:00 963 กรุงเทพ-พิษณุโลก-เขาค้อ (air1)
20:00 – 01:00 965 กรุงเทพ-พิษณุโลก-อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย *vip*
20:30 – 01:30 963 กรุงเทพ-พิษณุโลก-เขาค้อ (air1)
21:30 – 02:30 913 กรุงเทพ-พิษณุโลก (air1)
22:00 – 03:00 963 กรุงเทพ-พิษณุโลก-เขาค้อ (air1)
22:30 – 03:30 965 กรุงเทพ-พิษณุโลก-อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย (air1)
23:00 – 04:00 913 กรุงเทพ-พิษณุโลก (air1)

เที่ยวกลับ เข้ากรุงเทพฯ

เวลาออก เวลาถึง สายที่/เส้นทาง
พิษณุโลก กรุงเทพฯ
08:00 – 13:00 913 พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
08:30 – 13:30 963 เขาค้อ(06:00)-พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
09:00 – 14:15 913 พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
10:00 – 15:15 913 พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
10:45 – 16:00 963 เขาค้อ(08:00)-พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
11:15 – 16:30 965 อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย(09:45)-พิษณุโลก-กรุงเทพ *VIP*
12:00 – 17:00 963 เขาค้อ(09:30)-พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
12:45 – 18:00 965 อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย(11:15)-พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
13:45 – 19:00 913 พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
15:45 – 21:00 913 พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
18:45 – 24:00 965 อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย(17:00)-พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
20:15 – 01:30 963 เขาค้อ(18:00)-พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
21:45 – 03:00 965 อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย(20:30)-พิษณุโลก-กรุงเทพ *VIP*
22:45 – 04:00 913 พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
22:45 – 04:00 965 อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย(21:30)-พิษณุโลก-กรุงเทพ (AIR1)
23:45 – 05:00 963 เขาค้อ(21:00)-พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
24:00 – 05:15 965 อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย(22:30)-พิษณุโลก-กรุงเทพ (AIR1)
00:30 – 05:30 913 พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)

*รถเที่ยวเวลา 19:00 น. เป็นต้นไปจนถึงเที่ยวสุดท้ายของวัน ไม่มีบริการอาหาร (มีขนมกับน้ำแจก)

อัตราค่าโดยสารปรับอากาศชั้น 1 กรุงเทพฯ-พิษณุโลก ราคา 297 บาท (แก้ไขเมื่อวันที่ 25/11/2551)
สอบถามเวลาเดินรถและจุดจำหน่ายตั๋ว
สถานีขนส่งกรุงเทพฯ ช่องจำหน่ายตั๋วที่ 53-54 (ด้านอาคารชั้นล่าง ด้านทิศเหนือ)
โทร.02-9362924-5

ประตูน้ำพระอินทร์ (ร้านอำนวนพรออโต้แอร์) โทร.035-361194

ศูนย์บริการลูกค้าสำนักงานพิษณุโลกยานยนต์ ถนนพิชัยสงคราม โทร.055-302021-22
สถานีขนส่งพิษณุโลก จำหน่ายตั๋วช่องที่ 20 โทร.055-212864

สถานีขนส่งสุโขทัย โทร.055-614886
ช่วงเทศกาลคุณสามารถจองตั๋วก่อนวันเดินทาง7 วัน(คุณไม่สามารถจองตั๋วทางโทรศัพน์ได้คุณต้องไปจองตั๋วช่องขายตั๋วเท่านั้น) รวดเร็วทันใจต้องไปกับบริษัท พิษณุโลกยานยนต์จำกัด

ข้อมูล

 

 

 

                                                                                            จาก http://www.khaoko.com

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

 แผนที่แหล่งท่องเที่ยวเขาค้อ และใกล้เคียง


 

การเดินทางโดยรถโดยสาร

เส้นทางกรุงเทพฯ-เขาค้อ มีรถโดยสารของ พิษณุโลกยานยนต์ โทรสอบถามเวลา 02 936 2924-5

บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการเดินรถปรับอากาศชั้น 2 และรถธรรมดากรุงเทพฯ-เพชรบูรณ์-หล่มสัก ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 2936 2852–66 สาขาเพชรบูรณ์ โทร. 0 5672 1581
บริษัทเพชรทัวร์ บริการเดินรถปรับอากาศชั้น 1 ในเส้นทางเดียวกัน โทร. 0 2936 3230 สาขาเพชรบูรณ์ โทร. 0 5672 2818
บริษัทถิ่นสยามทัวร์ บริการเดินรถปรับอากาศชั้น 1 โทร. 0 2936 0500, 0 2513 9077 (จากกรุงเทพฯ มีรถประมาณ 8 เที่ยวตั้งแต่เวลา 09.30 น.- 23.30 น.) สาขาเพชรบูรณ์ โทร. 0 5672 1913 สาขาหล่มสัก โทร. 0 5670 1613 (จากหล่มสักมีรถประมาณ 7 เที่ยว ตั้งแต่เวลา 08.30 น. – 24.00 น.)

รถยนต์ส่วนตัวจากกรุงเทพฯ

ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถ.พหลโยธิน เส้นทางไปสระบุรี ==> เลี้ยวซ้ายเข้าทางเลี่ยงเมืองสระบุรี มุ่งหน้าลพบุรี เพชรบูรณ์ บนทางหลวงหมายเลข 21 ใช้เส้นทาง ทางหลวงหมายเลข 21 ตลอดเส้นทางผ่านอ.ชัยบาดาล อ.ศรีเทพ อ.วิเชียรบุรี อ. บึงสามพัน อ.เมือง มุ่งหน้าอ.หล่มสัก จนถึง สี่แยกพ่อขุนผาเมือง กม.261==>เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ทางหลวงหมายเลข 12 มุ่งหน้าสู่จังหวัดพิษณุโลก ประมาณ 20 กม. จะถึงสามแยกแคมป์สน(เข้าเขาค้อ) ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2196 ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีแหล่งท่องเที่ยว และรีสอร์ตต่างๆบนเขาค้อตลอดเส้นทาง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง

หรือ เส้นทางที่ 2 ใช้ทางหลวงหมายเลข1 ถ.พหลโยธิน เส้นทางสระบุรี ==>เลี้ยวซ้ายเข้าทางเลี่ยงเมืองก่อนถึงสระบุรี มุ่งหน้าลพบุรี- เพชรบูรณ์ ทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านอ.ต่างๆในจังหวัดลพบุรี จนถึงอ.เมือง เพชรบูรณ์ เลยอำเภอเมืองประมาณ 13 กิโลเมตร ถึงแยกนางั่ว เลี้ยวซ้ายเข้าถนนหมายเลข 2196 เส้นทางนางั่ว-เขาค้อ ผ่านจุดทดสอบเนินมหัศจรรย์ เส้นทางท่องเที่ยว และรีสอร์ตต่างๆ บนเขาค้อ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง

หรือ เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1ถนนพหลโยธิน ถึงอำเภอวังน้อยแล้วแยกเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 32 ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท เข้านครสวรรค์แล้วใช้เส้นทางหมายเลข 117 ตรงเข้าจังหวัดพิษณุโลก จากนั้นใช้ทางหมายเลข 12เส้นพิษณุโลก-หล่มสัก ผ่านเขาค้อ-หล่มสัก เข้าจังหวัดเพชรบูรณ์ รวมระยะทาง 547 กิโลเมตร

กำหนดเวลาเดินรถของพิษณุโลกยานยนต์

เที่ยวไป จากกรุงเทพฯ

เวลาออก เวลาถึง สายที่/เส้นทาง
กรุงเทพฯ พิษณุโลก
07:00 – 12:00 965 กรุงเทพ-พิษณุโลก-อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย (air1)
08:00 – 13:00 913 กรุงเทพ-พิษณุโลก (air1)
09:00 – 14:00 913 กรุงเทพ-พิษณุโลก (air1)
10:00 – 15:00 965 กรุงเทพ-พิษณุโลก-อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย *vip*
10:30 – 15:30 963 กรุงเทพ-พิษณุโลก-เขาค้อ (air1)
11:00 – 16:00 913 กรุงเทพ-พิษณุโลก (air1)
12:30 – 17:30 965 กรุงเทพ-พิษณุโลก-อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย (air1)
13:30 – 18:30 963 กรุงเทพ-พิษณุโลก-เขาค้อ (air1)
14:00 – 19:00 965 กรุงเทพ-พิษณุโลก-อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย (air1)
15:30 – 20:30 913 กรุงเทพ-พิษณุโลก (air1)
16:30 – 21:30 913 กรุงเทพ-พิษณุโลก (air1)
17:30 – 22:30 913 กรุงเทพ-พิษณุโลก (air1)
19:00 – 24:00 963 กรุงเทพ-พิษณุโลก-เขาค้อ (air1)
20:00 – 01:00 965 กรุงเทพ-พิษณุโลก-อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย *vip*
20:30 – 01:30 963 กรุงเทพ-พิษณุโลก-เขาค้อ (air1)
21:30 – 02:30 913 กรุงเทพ-พิษณุโลก (air1)
22:00 – 03:00 963 กรุงเทพ-พิษณุโลก-เขาค้อ (air1)
22:30 – 03:30 965 กรุงเทพ-พิษณุโลก-อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย (air1)
23:00 – 04:00 913 กรุงเทพ-พิษณุโลก (air1)

เที่ยวกลับ เข้ากรุงเทพฯ

เวลาออก เวลาถึง สายที่/เส้นทาง
พิษณุโลก กรุงเทพฯ
08:00 – 13:00 913 พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
08:30 – 13:30 963 เขาค้อ(06:00)-พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
09:00 – 14:15 913 พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
10:00 – 15:15 913 พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
10:45 – 16:00 963 เขาค้อ(08:00)-พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
11:15 – 16:30 965 อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย(09:45)-พิษณุโลก-กรุงเทพ *VIP*
12:00 – 17:00 963 เขาค้อ(09:30)-พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
12:45 – 18:00 965 อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย(11:15)-พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
13:45 – 19:00 913 พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
15:45 – 21:00 913 พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
18:45 – 24:00 965 อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย(17:00)-พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
20:15 – 01:30 963 เขาค้อ(18:00)-พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
21:45 – 03:00 965 อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย(20:30)-พิษณุโลก-กรุงเทพ *VIP*
22:45 – 04:00 913 พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
22:45 – 04:00 965 อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย(21:30)-พิษณุโลก-กรุงเทพ (AIR1)
23:45 – 05:00 963 เขาค้อ(21:00)-พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
24:00 – 05:15 965 อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย(22:30)-พิษณุโลก-กรุงเทพ (AIR1)
00:30 – 05:30 913 พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)

*รถเที่ยวเวลา 19:00 น. เป็นต้นไปจนถึงเที่ยวสุดท้ายของวัน ไม่มีบริการอาหาร (มีขนมกับน้ำแจก)

อัตราค่าโดยสารปรับอากาศชั้น 1 กรุงเทพฯ-พิษณุโลก ราคา 297 บาท (แก้ไขเมื่อวันที่ 25/11/2551)
สอบถามเวลาเดินรถและจุดจำหน่ายตั๋ว
สถานีขนส่งกรุงเทพฯ ช่องจำหน่ายตั๋วที่ 53-54 (ด้านอาคารชั้นล่าง ด้านทิศเหนือ)
โทร.02-9362924-5

ประตูน้ำพระอินทร์ (ร้านอำนวนพรออโต้แอร์) โทร.035-361194

ศูนย์บริการลูกค้าสำนักงานพิษณุโลกยานยนต์ ถนนพิชัยสงคราม โทร.055-302021-22
สถานีขนส่งพิษณุโลก จำหน่ายตั๋วช่องที่ 20 โทร.055-212864

สถานีขนส่งสุโขทัย โทร.055-614886
ช่วงเทศกาลคุณสามารถจองตั๋วก่อนวันเดินทาง7 วัน(คุณไม่สามารถจองตั๋วทางโทรศัพน์ได้คุณต้องไปจองตั๋วช่องขายตั๋วเท่านั้น) รวดเร็วทันใจต้องไปกับบริษัท พิษณุโลกยานยนต์จำกัด

ข้อมูล

 

 

 

                                                                                            จาก http://www.khaoko.com

../add_file/

 แผนที่แหล่งท่องเที่ยวเขาค้อ และใกล้เคียง


 

การเดินทางโดยรถโดยสาร

เส้นทางกรุงเทพฯ-เขาค้อ มีรถโดยสารของ พิษณุโลกยานยนต์ โทรสอบถามเวลา 02 936 2924-5

บริษัท ขนส่ง จำกัด มีบริการเดินรถปรับอากาศชั้น 2 และรถธรรมดากรุงเทพฯ-เพชรบูรณ์-หล่มสัก ออกจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 2936 2852–66 สาขาเพชรบูรณ์ โทร. 0 5672 1581
บริษัทเพชรทัวร์ บริการเดินรถปรับอากาศชั้น 1 ในเส้นทางเดียวกัน โทร. 0 2936 3230 สาขาเพชรบูรณ์ โทร. 0 5672 2818
บริษัทถิ่นสยามทัวร์ บริการเดินรถปรับอากาศชั้น 1 โทร. 0 2936 0500, 0 2513 9077 (จากกรุงเทพฯ มีรถประมาณ 8 เที่ยวตั้งแต่เวลา 09.30 น.- 23.30 น.) สาขาเพชรบูรณ์ โทร. 0 5672 1913 สาขาหล่มสัก โทร. 0 5670 1613 (จากหล่มสักมีรถประมาณ 7 เที่ยว ตั้งแต่เวลา 08.30 น. – 24.00 น.)

รถยนต์ส่วนตัวจากกรุงเทพฯ

ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถ.พหลโยธิน เส้นทางไปสระบุรี ==> เลี้ยวซ้ายเข้าทางเลี่ยงเมืองสระบุรี มุ่งหน้าลพบุรี เพชรบูรณ์ บนทางหลวงหมายเลข 21 ใช้เส้นทาง ทางหลวงหมายเลข 21 ตลอดเส้นทางผ่านอ.ชัยบาดาล อ.ศรีเทพ อ.วิเชียรบุรี อ. บึงสามพัน อ.เมือง มุ่งหน้าอ.หล่มสัก จนถึง สี่แยกพ่อขุนผาเมือง กม.261==>เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ทางหลวงหมายเลข 12 มุ่งหน้าสู่จังหวัดพิษณุโลก ประมาณ 20 กม. จะถึงสามแยกแคมป์สน(เข้าเขาค้อ) ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2196 ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีแหล่งท่องเที่ยว และรีสอร์ตต่างๆบนเขาค้อตลอดเส้นทาง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง

หรือ เส้นทางที่ 2 ใช้ทางหลวงหมายเลข1 ถ.พหลโยธิน เส้นทางสระบุรี ==>เลี้ยวซ้ายเข้าทางเลี่ยงเมืองก่อนถึงสระบุรี มุ่งหน้าลพบุรี- เพชรบูรณ์ ทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านอ.ต่างๆในจังหวัดลพบุรี จนถึงอ.เมือง เพชรบูรณ์ เลยอำเภอเมืองประมาณ 13 กิโลเมตร ถึงแยกนางั่ว เลี้ยวซ้ายเข้าถนนหมายเลข 2196 เส้นทางนางั่ว-เขาค้อ ผ่านจุดทดสอบเนินมหัศจรรย์ เส้นทางท่องเที่ยว และรีสอร์ตต่างๆ บนเขาค้อ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง

หรือ เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1ถนนพหลโยธิน ถึงอำเภอวังน้อยแล้วแยกเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 32 ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท เข้านครสวรรค์แล้วใช้เส้นทางหมายเลข 117 ตรงเข้าจังหวัดพิษณุโลก จากนั้นใช้ทางหมายเลข 12เส้นพิษณุโลก-หล่มสัก ผ่านเขาค้อ-หล่มสัก เข้าจังหวัดเพชรบูรณ์ รวมระยะทาง 547 กิโลเมตร

กำหนดเวลาเดินรถของพิษณุโลกยานยนต์

เที่ยวไป จากกรุงเทพฯ

เวลาออก เวลาถึง สายที่/เส้นทาง
กรุงเทพฯ พิษณุโลก
07:00 – 12:00 965 กรุงเทพ-พิษณุโลก-อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย (air1)
08:00 – 13:00 913 กรุงเทพ-พิษณุโลก (air1)
09:00 – 14:00 913 กรุงเทพ-พิษณุโลก (air1)
10:00 – 15:00 965 กรุงเทพ-พิษณุโลก-อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย *vip*
10:30 – 15:30 963 กรุงเทพ-พิษณุโลก-เขาค้อ (air1)
11:00 – 16:00 913 กรุงเทพ-พิษณุโลก (air1)
12:30 – 17:30 965 กรุงเทพ-พิษณุโลก-อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย (air1)
13:30 – 18:30 963 กรุงเทพ-พิษณุโลก-เขาค้อ (air1)
14:00 – 19:00 965 กรุงเทพ-พิษณุโลก-อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย (air1)
15:30 – 20:30 913 กรุงเทพ-พิษณุโลก (air1)
16:30 – 21:30 913 กรุงเทพ-พิษณุโลก (air1)
17:30 – 22:30 913 กรุงเทพ-พิษณุโลก (air1)
19:00 – 24:00 963 กรุงเทพ-พิษณุโลก-เขาค้อ (air1)
20:00 – 01:00 965 กรุงเทพ-พิษณุโลก-อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย *vip*
20:30 – 01:30 963 กรุงเทพ-พิษณุโลก-เขาค้อ (air1)
21:30 – 02:30 913 กรุงเทพ-พิษณุโลก (air1)
22:00 – 03:00 963 กรุงเทพ-พิษณุโลก-เขาค้อ (air1)
22:30 – 03:30 965 กรุงเทพ-พิษณุโลก-อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย (air1)
23:00 – 04:00 913 กรุงเทพ-พิษณุโลก (air1)

เที่ยวกลับ เข้ากรุงเทพฯ

เวลาออก เวลาถึง สายที่/เส้นทาง
พิษณุโลก กรุงเทพฯ
08:00 – 13:00 913 พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
08:30 – 13:30 963 เขาค้อ(06:00)-พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
09:00 – 14:15 913 พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
10:00 – 15:15 913 พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
10:45 – 16:00 963 เขาค้อ(08:00)-พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
11:15 – 16:30 965 อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย(09:45)-พิษณุโลก-กรุงเทพ *VIP*
12:00 – 17:00 963 เขาค้อ(09:30)-พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
12:45 – 18:00 965 อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย(11:15)-พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
13:45 – 19:00 913 พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
15:45 – 21:00 913 พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
18:45 – 24:00 965 อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย(17:00)-พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
20:15 – 01:30 963 เขาค้อ(18:00)-พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
21:45 – 03:00 965 อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย(20:30)-พิษณุโลก-กรุงเทพ *VIP*
22:45 – 04:00 913 พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
22:45 – 04:00 965 อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย(21:30)-พิษณุโลก-กรุงเทพ (AIR1)
23:45 – 05:00 963 เขาค้อ(21:00)-พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)
24:00 – 05:15 965 อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย(22:30)-พิษณุโลก-กรุงเทพ (AIR1)
00:30 – 05:30 913 พิษณุโลก-กรุงเทพ (air1)

*รถเที่ยวเวลา 19:00 น. เป็นต้นไปจนถึงเที่ยวสุดท้ายของวัน ไม่มีบริการอาหาร (มีขนมกับน้ำแจก)

อัตราค่าโดยสารปรับอากาศชั้น 1 กรุงเทพฯ-พิษณุโลก ราคา 297 บาท (แก้ไขเมื่อวันที่ 25/11/2551)
สอบถามเวลาเดินรถและจุดจำหน่ายตั๋ว
สถานีขนส่งกรุงเทพฯ ช่องจำหน่ายตั๋วที่ 53-54 (ด้านอาคารชั้นล่าง ด้านทิศเหนือ)
โทร.02-9362924-5

ประตูน้ำพระอินทร์ (ร้านอำนวนพรออโต้แอร์) โทร.035-361194

ศูนย์บริการลูกค้าสำนักงานพิษณุโลกยานยนต์ ถนนพิชัยสงคราม โทร.055-302021-22
สถานีขนส่งพิษณุโลก จำหน่ายตั๋วช่องที่ 20 โทร.055-212864

สถานีขนส่งสุโขทัย โทร.055-614886
ช่วงเทศกาลคุณสามารถจองตั๋วก่อนวันเดินทาง7 วัน(คุณไม่สามารถจองตั๋วทางโทรศัพน์ได้คุณต้องไปจองตั๋วช่องขายตั๋วเท่านั้น) รวดเร็วทันใจต้องไปกับบริษัท พิษณุโลกยานยนต์จำกัด

ข้อมูล

 

 

 

                                                                                            จาก http://www.khaoko.com



ชื่อไฟล์ :

 ประวัติ อบต.เขาค้อ

จากความขัดแย้งทางด้านอุดมการณ์ทางการเมืองในประเทศไทย จึงทำให้เกิดสงครามก่อการร้ายขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2508 โดยเฉพาะเขตพื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัด คือ เพชรบูรณ์ พิษณุโลกและเลย ซึ่งฝ่ายต่อต้านรัฐบาลพิจารณาแล้ว เห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็น พื้นที่ที่เหมาะสม สภาพทั่วไปเป็นป่าเขาสลับซับซ้อนยากที่รัฐบาลจะปราบปรามได้โดยใช้เขาค้อเป็นศูนย์กลาง

ต่อมากองทัพบกได้มอบหมายให้กองทัพภาคที่ รับผิดชอบในการต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์  โดยจัดตั้งกอบัญชาการผสม 394 ขึ้นที่สนามบินอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 25  ธันวาคม  2511 ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของชุดควบคุมที่ 33 และได้ดำเนินการต่อสู้อย่างต่อเนื่องกันมา  โดยผ่านยุทธการที่สำคัญ ๆ รวม 13 ครั้ง เช่น ยุทธการภูขี้เถ้า ยุทธการรามสูร ยุทธการผาเมืองเผด็จศึก –13  ยุทธการผาเมืองเกรียงไกร เป็นต้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2514 –2515 กองทัพภาคที่ 3 ได้เริ่มสร้างถนนแยกจาก สายพิษณุโลก-หล่มสัก ตรงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 100 บ้านแคมป์สนไปยังบ้านเล่าลือ และในปี พ.ศ. 2517 ได้มีแนวความคิดที่จะลดความกดดันขัดขวางพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประ เทศไทย (พคท) โดยสร้างถนนอีกสายที่บ้านนางั่วไปยังบ้านสะเดาะพงเพื่อเชื่อมกั บถนนสายแรกที่บ้านสะเดาะพง แต่ได้รับการขัดขวางและต่อต้านอย่างรุนแรง จนก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทั้งสองฝ่ายเป็นอย่างมากในปี พ.ศ. 2518 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมกองร้อยพิเศษค่ายสฤษดิ์เสนา จังหวัดพิษณุโลก และทรงมีพระราชดำริให้ใช้ แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเพื่อยุติสถานการณ์สู้รบ โดยที่จะใช้พื้นที่ทั้งสองข้างทางเป็นประโยชน์กับราษฎรทั่ว ๆ ไป มิใช่เฉพาะทหารเท่านั้น 

กองทัพภาคที่ 3 จึงได้จัดตั้งหมู่บ้านยุทธศาสตร์พัฒนาขึ้น  โดยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวนหนึ่ง เป็นทุนในการก่อสร้างทางครั้งแรก  โดยตั้งเป็นกองอำนวยการ โครงการพัฒนาลุ่มน้ำเข็ก”  โดยมีงานหลักคือ การก่อสร้างทางลาดยางทุ่งสมอ เขาค้อ ตลอดสายการฝึกราษฎรอาสาสมัคร การจัดสรรที่ดินทำกินให้กับราษฎร การจัดหาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร และเรียกโครงการนี้ว่า โครงการพัฒนาลุ่มน้ำเข็กเริ่มดำเนินการเมื่อวันที่  10  มีนาคม พ.ศ. 2520 เป็นต้นมาและในปี พ.ศ. 2522 ได้มีประชาชน อาสาสมัครเข้ามาอยู่ในพื้นที่เบาบาง เริ่มมีการจัดตั้งหมู่บ้านตามถนนสายแคมป์สน สะเดาะพง ซึ่งแต่ละหมู่บ้านของตำบลเขาค้อ ได้มีการตั้งชื่อตามทหารหรืออาสาสมัครที่ได้พลีชีพปกป้องอธิปไต ยของชาติในพื้นที่นั้น ๆ

 

ต่อมาได้มีการจัดตั้งหมู่บ้านขึ้นอีก เนื่องจากมีประชากรเพิ่มขึ้นจนสามารถตั้งเป็นตำบลได้ ตำบลเขาค้อจึงได้ก่อตั้งขึ้นนับแต่นั้นมา เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2547  สภาตำบลริมสีม่วงและสภาตำบลสะเดาะพงได้ยุบรวมกับ องค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อ ทำให้มีเขตความรับผิดชอบที่มากขึ้นจากเดิม 14 หมู่บ้านเป็น 25 หมู่บ้าน

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

 ประวัติ อบต.เขาค้อ

จากความขัดแย้งทางด้านอุดมการณ์ทางการเมืองในประเทศไทย จึงทำให้เกิดสงครามก่อการร้ายขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2508 โดยเฉพาะเขตพื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัด คือ เพชรบูรณ์ พิษณุโลกและเลย ซึ่งฝ่ายต่อต้านรัฐบาลพิจารณาแล้ว เห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็น พื้นที่ที่เหมาะสม สภาพทั่วไปเป็นป่าเขาสลับซับซ้อนยากที่รัฐบาลจะปราบปรามได้โดยใช้เขาค้อเป็นศูนย์กลาง

ต่อมากองทัพบกได้มอบหมายให้กองทัพภาคที่ รับผิดชอบในการต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์  โดยจัดตั้งกอบัญชาการผสม 394 ขึ้นที่สนามบินอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 25  ธันวาคม  2511 ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของชุดควบคุมที่ 33 และได้ดำเนินการต่อสู้อย่างต่อเนื่องกันมา  โดยผ่านยุทธการที่สำคัญ ๆ รวม 13 ครั้ง เช่น ยุทธการภูขี้เถ้า ยุทธการรามสูร ยุทธการผาเมืองเผด็จศึก –13  ยุทธการผาเมืองเกรียงไกร เป็นต้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2514 –2515 กองทัพภาคที่ 3 ได้เริ่มสร้างถนนแยกจาก สายพิษณุโลก-หล่มสัก ตรงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 100 บ้านแคมป์สนไปยังบ้านเล่าลือ และในปี พ.ศ. 2517 ได้มีแนวความคิดที่จะลดความกดดันขัดขวางพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประ เทศไทย (พคท) โดยสร้างถนนอีกสายที่บ้านนางั่วไปยังบ้านสะเดาะพงเพื่อเชื่อมกั บถนนสายแรกที่บ้านสะเดาะพง แต่ได้รับการขัดขวางและต่อต้านอย่างรุนแรง จนก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทั้งสองฝ่ายเป็นอย่างมากในปี พ.ศ. 2518 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมกองร้อยพิเศษค่ายสฤษดิ์เสนา จังหวัดพิษณุโลก และทรงมีพระราชดำริให้ใช้ แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเพื่อยุติสถานการณ์สู้รบ โดยที่จะใช้พื้นที่ทั้งสองข้างทางเป็นประโยชน์กับราษฎรทั่ว ๆ ไป มิใช่เฉพาะทหารเท่านั้น 

กองทัพภาคที่ 3 จึงได้จัดตั้งหมู่บ้านยุทธศาสตร์พัฒนาขึ้น  โดยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวนหนึ่ง เป็นทุนในการก่อสร้างทางครั้งแรก  โดยตั้งเป็นกองอำนวยการ โครงการพัฒนาลุ่มน้ำเข็ก”  โดยมีงานหลักคือ การก่อสร้างทางลาดยางทุ่งสมอ เขาค้อ ตลอดสายการฝึกราษฎรอาสาสมัคร การจัดสรรที่ดินทำกินให้กับราษฎร การจัดหาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร และเรียกโครงการนี้ว่า โครงการพัฒนาลุ่มน้ำเข็กเริ่มดำเนินการเมื่อวันที่  10  มีนาคม พ.ศ. 2520 เป็นต้นมาและในปี พ.ศ. 2522 ได้มีประชาชน อาสาสมัครเข้ามาอยู่ในพื้นที่เบาบาง เริ่มมีการจัดตั้งหมู่บ้านตามถนนสายแคมป์สน สะเดาะพง ซึ่งแต่ละหมู่บ้านของตำบลเขาค้อ ได้มีการตั้งชื่อตามทหารหรืออาสาสมัครที่ได้พลีชีพปกป้องอธิปไต ยของชาติในพื้นที่นั้น ๆ

 

ต่อมาได้มีการจัดตั้งหมู่บ้านขึ้นอีก เนื่องจากมีประชากรเพิ่มขึ้นจนสามารถตั้งเป็นตำบลได้ ตำบลเขาค้อจึงได้ก่อตั้งขึ้นนับแต่นั้นมา เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2547  สภาตำบลริมสีม่วงและสภาตำบลสะเดาะพงได้ยุบรวมกับ องค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อ ทำให้มีเขตความรับผิดชอบที่มากขึ้นจากเดิม 14 หมู่บ้านเป็น 25 หมู่บ้าน

../add_file/

 ประวัติ อบต.เขาค้อ

จากความขัดแย้งทางด้านอุดมการณ์ทางการเมืองในประเทศไทย จึงทำให้เกิดสงครามก่อการร้ายขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2508 โดยเฉพาะเขตพื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัด คือ เพชรบูรณ์ พิษณุโลกและเลย ซึ่งฝ่ายต่อต้านรัฐบาลพิจารณาแล้ว เห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็น พื้นที่ที่เหมาะสม สภาพทั่วไปเป็นป่าเขาสลับซับซ้อนยากที่รัฐบาลจะปราบปรามได้โดยใช้เขาค้อเป็นศูนย์กลาง

ต่อมากองทัพบกได้มอบหมายให้กองทัพภาคที่ รับผิดชอบในการต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์  โดยจัดตั้งกอบัญชาการผสม 394 ขึ้นที่สนามบินอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 25  ธันวาคม  2511 ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของชุดควบคุมที่ 33 และได้ดำเนินการต่อสู้อย่างต่อเนื่องกันมา  โดยผ่านยุทธการที่สำคัญ ๆ รวม 13 ครั้ง เช่น ยุทธการภูขี้เถ้า ยุทธการรามสูร ยุทธการผาเมืองเผด็จศึก –13  ยุทธการผาเมืองเกรียงไกร เป็นต้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2514 –2515 กองทัพภาคที่ 3 ได้เริ่มสร้างถนนแยกจาก สายพิษณุโลก-หล่มสัก ตรงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 100 บ้านแคมป์สนไปยังบ้านเล่าลือ และในปี พ.ศ. 2517 ได้มีแนวความคิดที่จะลดความกดดันขัดขวางพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประ เทศไทย (พคท) โดยสร้างถนนอีกสายที่บ้านนางั่วไปยังบ้านสะเดาะพงเพื่อเชื่อมกั บถนนสายแรกที่บ้านสะเดาะพง แต่ได้รับการขัดขวางและต่อต้านอย่างรุนแรง จนก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทั้งสองฝ่ายเป็นอย่างมากในปี พ.ศ. 2518 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมกองร้อยพิเศษค่ายสฤษดิ์เสนา จังหวัดพิษณุโลก และทรงมีพระราชดำริให้ใช้ แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเพื่อยุติสถานการณ์สู้รบ โดยที่จะใช้พื้นที่ทั้งสองข้างทางเป็นประโยชน์กับราษฎรทั่ว ๆ ไป มิใช่เฉพาะทหารเท่านั้น 

กองทัพภาคที่ 3 จึงได้จัดตั้งหมู่บ้านยุทธศาสตร์พัฒนาขึ้น  โดยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวนหนึ่ง เป็นทุนในการก่อสร้างทางครั้งแรก  โดยตั้งเป็นกองอำนวยการ โครงการพัฒนาลุ่มน้ำเข็ก”  โดยมีงานหลักคือ การก่อสร้างทางลาดยางทุ่งสมอ เขาค้อ ตลอดสายการฝึกราษฎรอาสาสมัคร การจัดสรรที่ดินทำกินให้กับราษฎร การจัดหาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร และเรียกโครงการนี้ว่า โครงการพัฒนาลุ่มน้ำเข็กเริ่มดำเนินการเมื่อวันที่  10  มีนาคม พ.ศ. 2520 เป็นต้นมาและในปี พ.ศ. 2522 ได้มีประชาชน อาสาสมัครเข้ามาอยู่ในพื้นที่เบาบาง เริ่มมีการจัดตั้งหมู่บ้านตามถนนสายแคมป์สน สะเดาะพง ซึ่งแต่ละหมู่บ้านของตำบลเขาค้อ ได้มีการตั้งชื่อตามทหารหรืออาสาสมัครที่ได้พลีชีพปกป้องอธิปไต ยของชาติในพื้นที่นั้น ๆ

 

ต่อมาได้มีการจัดตั้งหมู่บ้านขึ้นอีก เนื่องจากมีประชากรเพิ่มขึ้นจนสามารถตั้งเป็นตำบลได้ ตำบลเขาค้อจึงได้ก่อตั้งขึ้นนับแต่นั้นมา เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2547  สภาตำบลริมสีม่วงและสภาตำบลสะเดาะพงได้ยุบรวมกับ องค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อ ทำให้มีเขตความรับผิดชอบที่มากขึ้นจากเดิม 14 หมู่บ้านเป็น 25 หมู่บ้าน



ชื่อไฟล์ :

วิสัยทัศน์

 

เขาค้อ  ดินแดนแห่งความสุข

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

วิสัยทัศน์

 

เขาค้อ  ดินแดนแห่งความสุข

../add_file/

วิสัยทัศน์

 

เขาค้อ  ดินแดนแห่งความสุข



ชื่อไฟล์ :

องค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อ
อาคารองค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อ,   อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ 67270
ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

องค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อ
อาคารองค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อ,   อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ 67270
../add_file/

องค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อ
อาคารองค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อ,   อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ 67270


ชื่อไฟล์ :

สภาพทั่วไป

องค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัดเพ ชรบูรณ์  ระยะทางห่างจากตัวจังหวัด ประมาณ 54 กิโลเมตร และห่างจากอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ประมาณ 44 กิโลเมตร มีพื้นที่กรปกครอง ประมาณ 580 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 362,500 ไร่


ทิศเหนือ ติดต่อกับ ตำบลทุ่งเสมอ อำเภอเข าค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์
ทิศใต้  ติดต่อกับ ตำบลใน เมือง อำเภอเมือง  จังหวัดเพชรบูรณ์
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ตำบลบุ่งน้ำเต้า  อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ตำบลหนองแม่นาและอำเภอเนินมะปร าง จังหวัดพิษณุโลก

สำหรับพื้นที่ 580 ตารางกิโลเมตร แบ่งเนื้อที่เป็นรายตำบลดังนี้
ตำบลเขาค้อ  84   ตารางกิโลเมตร     หรือ     52,500   ไร่
ตำบลริมสีม่วง  363   ตารางกิโลเมตร   หรือ   226,875   ไร่
ตำบลสะเดาะพง  133   ตารางกิโลเมตร   หรือ     83,125   ไร่

สภาพภูมิประเทศ   พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าและภูเขาใหญ่น้อยสลับซับซ้อนคล้ายกับทะเ ลภูเขา  บางแห่งสูงชันมาก  มีความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 500 – 1,400 เมตร  เขาค้อ เป็นชื่อเรียกรวมบริเวณเทือกเขาน้อยใหญ่ของเทือกเขาเพชรบูรณ์สอ งด้านใต้  เทือกเขาที่สำคัญบริเวณนี้ได้แก่
–   เขาค้อ (ปางก่อ) สูงประมาณ 1,175 เมตร
–   เขาย่า   สูงประมาณ 1,350 เมตร
–   เขาห้วยทราย  สูงประมาณ 1,038 เมตร

 

สำหรับพื้นที่ป่าแถบนี้ จะเป็นป่าเต็งรังหรือป่าผลัดใบ  ป่าสน ป่าดินแดง ที่น่าสนใจ คือ  ต้นค้อ ซึ่งเป็นพันธ์ไม้ตระกูลปาล์ม  ลักษณะคล้ายต้นตาล  แต่มีผลออกมาคล้ายหมาก  สภาพป่ายังคงเป็นป่าทึบ  บางแห่งซึ่งอยู่ในเขตป่าไม้ เขตเตรียมการสงวนแห่งชาติ (ป่าถาวร)  และมีสวนสัตว์เปิดเขาค้อ (สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเพื่อเศรษฐกิจเขาค้อ)  เนื้อที่ประมาณ 20 ตารางกิโลเมตร  หรือประมาณ  12,500 ไร่  นอกจากนั้นยังมีการปลูกป่าเพิ่มเติมในเขตที่ถูกบุกรุกทำลายป่า

สภาพภูมิอากาศ
        ลักษณะภูมิอากาศ มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี  ฤดูร้อนอากาศไม่ร้อนจัด ฤดูหนาวอากาศเย็นจัด อุณหภูมิต่ำสุดที่เคยวัดได้เฉลี่ยประมาณ 3 องศาเซลเซียส  ในช่วงระหว่างเดือน  ธันวาคม กุมภาพันธ์ สำหรับฤดูฝนจะมีฝนตกชุกปริมาณฝนที่ เคยวัดได้ประมาณ 189 มิลลิเมตร  สูงสุดเคยวัดได้ 300 มิลลิเมตร  ต่ำสุดวัดได้  50  มิลลิเมตร

การปกครองและประชากร 
  การปกครอง
องค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อมีเขตพื้นที่การปกครอง ครอบคลุม 3 ตำบล คือตำบลเขาค้อตำบลริมสีม่วง ตำบลสะเดาะพง   โดยจำแนกได้ดังนี้
 –   ตำบลเขาค้อ    จำนวน   14   หมู่บ้าน

–   หมู่ที่   1     บ้านกนกงาม
–   หมู่ที่   2     บ้านดอกจำปี
–   หมู่ที่   3     บ้านสิมารักษ์
–   หมู่ที่   4     บ้านกองเนียม
–  หมู่ที่    5     บ้านปัญญาดี
–   หมู่ที่   6     บ้านรัตนัย
–   หมู่ที่   7     บ้านใจทน
–   หมู่ที่   8     บ้านปานสุขุม
–   หมู่ที่   9     บ้านเล่าลือ
–   หมู่ที่   10   บ้านเพชรดำ
–   หมู่ที่   11   บ้านฟองเพชร
–   หมู่ที่   12   บ้านส่งคุ้ม
–   หมู่ที่   13   บ้านอุทโยภาส
–   หมู่ที่   14   บ้านเล่าเน้ง

–   ตำบลริมสีม่วง   จำนวน   6   หมู่บ้าน

–   หมู่ที่   1   บ้านจะวะสิต
–   หมู่ที่   2   บ้านธนิตคำเที่ยง
–   หมู่ที่   3   บ้านริมสีม่วง
–   หมู่ที่   4   บ้านเพชรช่วย
–   หมู่ที่   5   บ้านกรเพชร
–   หมู่ที่   6   บ้านชื่นจิตร

–   ตำบลสะเดาะพง   จำนวน   5   หมู่บ้าน
–   หมู่ที่   1   บ้านเขาย่า
–   หมู่ที่   2   บ้านสะเดาะพง
–   หมู่ที่   3   บ้านเสลียงแห้ง 1
–   หมู่ที่   4   บ้านเสลียงแห้ง 2
–   หมู่ที่   5   บ้านเล่ากี่

 

 

 

 

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

สภาพทั่วไป

องค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัดเพ ชรบูรณ์  ระยะทางห่างจากตัวจังหวัด ประมาณ 54 กิโลเมตร และห่างจากอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ประมาณ 44 กิโลเมตร มีพื้นที่กรปกครอง ประมาณ 580 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 362,500 ไร่


ทิศเหนือ ติดต่อกับ ตำบลทุ่งเสมอ อำเภอเข าค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์
ทิศใต้  ติดต่อกับ ตำบลใน เมือง อำเภอเมือง  จังหวัดเพชรบูรณ์
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ตำบลบุ่งน้ำเต้า  อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ตำบลหนองแม่นาและอำเภอเนินมะปร าง จังหวัดพิษณุโลก

สำหรับพื้นที่ 580 ตารางกิโลเมตร แบ่งเนื้อที่เป็นรายตำบลดังนี้
ตำบลเขาค้อ  84   ตารางกิโลเมตร     หรือ     52,500   ไร่
ตำบลริมสีม่วง  363   ตารางกิโลเมตร   หรือ   226,875   ไร่
ตำบลสะเดาะพง  133   ตารางกิโลเมตร   หรือ     83,125   ไร่

สภาพภูมิประเทศ   พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าและภูเขาใหญ่น้อยสลับซับซ้อนคล้ายกับทะเ ลภูเขา  บางแห่งสูงชันมาก  มีความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 500 – 1,400 เมตร  เขาค้อ เป็นชื่อเรียกรวมบริเวณเทือกเขาน้อยใหญ่ของเทือกเขาเพชรบูรณ์สอ งด้านใต้  เทือกเขาที่สำคัญบริเวณนี้ได้แก่
–   เขาค้อ (ปางก่อ) สูงประมาณ 1,175 เมตร
–   เขาย่า   สูงประมาณ 1,350 เมตร
–   เขาห้วยทราย  สูงประมาณ 1,038 เมตร

 

สำหรับพื้นที่ป่าแถบนี้ จะเป็นป่าเต็งรังหรือป่าผลัดใบ  ป่าสน ป่าดินแดง ที่น่าสนใจ คือ  ต้นค้อ ซึ่งเป็นพันธ์ไม้ตระกูลปาล์ม  ลักษณะคล้ายต้นตาล  แต่มีผลออกมาคล้ายหมาก  สภาพป่ายังคงเป็นป่าทึบ  บางแห่งซึ่งอยู่ในเขตป่าไม้ เขตเตรียมการสงวนแห่งชาติ (ป่าถาวร)  และมีสวนสัตว์เปิดเขาค้อ (สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเพื่อเศรษฐกิจเขาค้อ)  เนื้อที่ประมาณ 20 ตารางกิโลเมตร  หรือประมาณ  12,500 ไร่  นอกจากนั้นยังมีการปลูกป่าเพิ่มเติมในเขตที่ถูกบุกรุกทำลายป่า

สภาพภูมิอากาศ
        ลักษณะภูมิอากาศ มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี  ฤดูร้อนอากาศไม่ร้อนจัด ฤดูหนาวอากาศเย็นจัด อุณหภูมิต่ำสุดที่เคยวัดได้เฉลี่ยประมาณ 3 องศาเซลเซียส  ในช่วงระหว่างเดือน  ธันวาคม กุมภาพันธ์ สำหรับฤดูฝนจะมีฝนตกชุกปริมาณฝนที่ เคยวัดได้ประมาณ 189 มิลลิเมตร  สูงสุดเคยวัดได้ 300 มิลลิเมตร  ต่ำสุดวัดได้  50  มิลลิเมตร

การปกครองและประชากร 
  การปกครอง
องค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อมีเขตพื้นที่การปกครอง ครอบคลุม 3 ตำบล คือตำบลเขาค้อตำบลริมสีม่วง ตำบลสะเดาะพง   โดยจำแนกได้ดังนี้
 –   ตำบลเขาค้อ    จำนวน   14   หมู่บ้าน

–   หมู่ที่   1     บ้านกนกงาม
–   หมู่ที่   2     บ้านดอกจำปี
–   หมู่ที่   3     บ้านสิมารักษ์
–   หมู่ที่   4     บ้านกองเนียม
–  หมู่ที่    5     บ้านปัญญาดี
–   หมู่ที่   6     บ้านรัตนัย
–   หมู่ที่   7     บ้านใจทน
–   หมู่ที่   8     บ้านปานสุขุม
–   หมู่ที่   9     บ้านเล่าลือ
–   หมู่ที่   10   บ้านเพชรดำ
–   หมู่ที่   11   บ้านฟองเพชร
–   หมู่ที่   12   บ้านส่งคุ้ม
–   หมู่ที่   13   บ้านอุทโยภาส
–   หมู่ที่   14   บ้านเล่าเน้ง

–   ตำบลริมสีม่วง   จำนวน   6   หมู่บ้าน

–   หมู่ที่   1   บ้านจะวะสิต
–   หมู่ที่   2   บ้านธนิตคำเที่ยง
–   หมู่ที่   3   บ้านริมสีม่วง
–   หมู่ที่   4   บ้านเพชรช่วย
–   หมู่ที่   5   บ้านกรเพชร
–   หมู่ที่   6   บ้านชื่นจิตร

–   ตำบลสะเดาะพง   จำนวน   5   หมู่บ้าน
–   หมู่ที่   1   บ้านเขาย่า
–   หมู่ที่   2   บ้านสะเดาะพง
–   หมู่ที่   3   บ้านเสลียงแห้ง 1
–   หมู่ที่   4   บ้านเสลียงแห้ง 2
–   หมู่ที่   5   บ้านเล่ากี่

 

 

 

 

../add_file/

สภาพทั่วไป

องค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของจังหวัดเพ ชรบูรณ์  ระยะทางห่างจากตัวจังหวัด ประมาณ 54 กิโลเมตร และห่างจากอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ประมาณ 44 กิโลเมตร มีพื้นที่กรปกครอง ประมาณ 580 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 362,500 ไร่


ทิศเหนือ ติดต่อกับ ตำบลทุ่งเสมอ อำเภอเข าค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์
ทิศใต้  ติดต่อกับ ตำบลใน เมือง อำเภอเมือง  จังหวัดเพชรบูรณ์
ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ตำบลบุ่งน้ำเต้า  อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์
ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ตำบลหนองแม่นาและอำเภอเนินมะปร าง จังหวัดพิษณุโลก

สำหรับพื้นที่ 580 ตารางกิโลเมตร แบ่งเนื้อที่เป็นรายตำบลดังนี้
ตำบลเขาค้อ  84   ตารางกิโลเมตร     หรือ     52,500   ไร่
ตำบลริมสีม่วง  363   ตารางกิโลเมตร   หรือ   226,875   ไร่
ตำบลสะเดาะพง  133   ตารางกิโลเมตร   หรือ     83,125   ไร่

สภาพภูมิประเทศ   พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าและภูเขาใหญ่น้อยสลับซับซ้อนคล้ายกับทะเ ลภูเขา  บางแห่งสูงชันมาก  มีความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 500 – 1,400 เมตร  เขาค้อ เป็นชื่อเรียกรวมบริเวณเทือกเขาน้อยใหญ่ของเทือกเขาเพชรบูรณ์สอ งด้านใต้  เทือกเขาที่สำคัญบริเวณนี้ได้แก่
–   เขาค้อ (ปางก่อ) สูงประมาณ 1,175 เมตร
–   เขาย่า   สูงประมาณ 1,350 เมตร
–   เขาห้วยทราย  สูงประมาณ 1,038 เมตร

 

สำหรับพื้นที่ป่าแถบนี้ จะเป็นป่าเต็งรังหรือป่าผลัดใบ  ป่าสน ป่าดินแดง ที่น่าสนใจ คือ  ต้นค้อ ซึ่งเป็นพันธ์ไม้ตระกูลปาล์ม  ลักษณะคล้ายต้นตาล  แต่มีผลออกมาคล้ายหมาก  สภาพป่ายังคงเป็นป่าทึบ  บางแห่งซึ่งอยู่ในเขตป่าไม้ เขตเตรียมการสงวนแห่งชาติ (ป่าถาวร)  และมีสวนสัตว์เปิดเขาค้อ (สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเพื่อเศรษฐกิจเขาค้อ)  เนื้อที่ประมาณ 20 ตารางกิโลเมตร  หรือประมาณ  12,500 ไร่  นอกจากนั้นยังมีการปลูกป่าเพิ่มเติมในเขตที่ถูกบุกรุกทำลายป่า

สภาพภูมิอากาศ
        ลักษณะภูมิอากาศ มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี  ฤดูร้อนอากาศไม่ร้อนจัด ฤดูหนาวอากาศเย็นจัด อุณหภูมิต่ำสุดที่เคยวัดได้เฉลี่ยประมาณ 3 องศาเซลเซียส  ในช่วงระหว่างเดือน  ธันวาคม กุมภาพันธ์ สำหรับฤดูฝนจะมีฝนตกชุกปริมาณฝนที่ เคยวัดได้ประมาณ 189 มิลลิเมตร  สูงสุดเคยวัดได้ 300 มิลลิเมตร  ต่ำสุดวัดได้  50  มิลลิเมตร

การปกครองและประชากร 
  การปกครอง
องค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อมีเขตพื้นที่การปกครอง ครอบคลุม 3 ตำบล คือตำบลเขาค้อตำบลริมสีม่วง ตำบลสะเดาะพง   โดยจำแนกได้ดังนี้
 –   ตำบลเขาค้อ    จำนวน   14   หมู่บ้าน

–   หมู่ที่   1     บ้านกนกงาม
–   หมู่ที่   2     บ้านดอกจำปี
–   หมู่ที่   3     บ้านสิมารักษ์
–   หมู่ที่   4     บ้านกองเนียม
–  หมู่ที่    5     บ้านปัญญาดี
–   หมู่ที่   6     บ้านรัตนัย
–   หมู่ที่   7     บ้านใจทน
–   หมู่ที่   8     บ้านปานสุขุม
–   หมู่ที่   9     บ้านเล่าลือ
–   หมู่ที่   10   บ้านเพชรดำ
–   หมู่ที่   11   บ้านฟองเพชร
–   หมู่ที่   12   บ้านส่งคุ้ม
–   หมู่ที่   13   บ้านอุทโยภาส
–   หมู่ที่   14   บ้านเล่าเน้ง

–   ตำบลริมสีม่วง   จำนวน   6   หมู่บ้าน

–   หมู่ที่   1   บ้านจะวะสิต
–   หมู่ที่   2   บ้านธนิตคำเที่ยง
–   หมู่ที่   3   บ้านริมสีม่วง
–   หมู่ที่   4   บ้านเพชรช่วย
–   หมู่ที่   5   บ้านกรเพชร
–   หมู่ที่   6   บ้านชื่นจิตร

–   ตำบลสะเดาะพง   จำนวน   5   หมู่บ้าน
–   หมู่ที่   1   บ้านเขาย่า
–   หมู่ที่   2   บ้านสะเดาะพง
–   หมู่ที่   3   บ้านเสลียงแห้ง 1
–   หมู่ที่   4   บ้านเสลียงแห้ง 2
–   หมู่ที่   5   บ้านเล่ากี่

 

 

 

 



ชื่อไฟล์ :

สภาพทางสังคม

การศึกษา
 – ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก  หมู่ที่  1,5,9,10  ตำบลเขาค้อ   จำนวน   4   แห่ง
– ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก  หมู่ที่  6  ตำบลริมสีม่วง   จำนวน   1   แห่ง
– โรงเรียนประถมศึกษา     จำนวน    4   แห่ง
– โรงเรียนมัธยมศึกษา     จำนวน    1   แห่ง
– ที่อ่านหนังสือพิมพ์ประจำหมู่บ้าน   จำน วน   25  แห่ง
สถาบันและองค์กรทางศาสนา

ตำบล

วัด

โบสถ์

สำนักสงฆ์

มัสยิด

เขาค้อ

2

2

6

ริมสีม่วง

4

สะเดาะพง

2

รวม

4

2

10

สาธารณสุข
                           –   โรงพยาบาลของรัฐ   จำนวน แห่ง
–   สถานีอนามัยประจำตำบล  จำนวน  4 แห่ง
–   สถานีพยาบาลเอกชน   จำนวน – แห่ง
ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
–   สถานีตำรวจ   จำนวน แห่ง
–   จุดตรวจประจำตำบล   จำนวน แห่ง
–   สถานีดับเพลิง   จำนวน       – แห่ง
ทรัพยากรธรรมชาติ
ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ (แสดงทรัพยากรในเขตพื้นที่ อบต. เขาค้อ) สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบสูงและภูเขา  มีการหักร้างถางป่าทำไร่เลื่อนลอยทำให้สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่ ไม่มีต้นไม้และเป็นพื้นที่การเกษตรจึงทำให้มีการเผาป่าทำให้สภา พป่า ไม้เป็นป่าเสื่อมโทรม  ส่วนสภาพป่าที่ยังคงเหลืออยู่ในเขตพื้นที่ก็ยังเป็นทรัพยากรหลั กที่เอื้อผลประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ในเรื่องของสิ่งแวดล้อม   ทรัพยากรน้ำและทรัพยากรการท่องเที่ยวที่สำคัญของ องค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อตลอดจนในภาพรวมของ อำเภอเขาค้อ
การบริการขั้นพื้นฐาน
การคมนาคม

ตำบล

ถนนลาดยาง

ถนน คสล.

ถนนดิน

ถนนลูกรัง

เขาค้อ

6

14

14

14

ริมสีม่วง

1

6

6

6

สะเดาะพง

3

5

5

5

รวม

10

25

25

25

การโทรคมนาคม
                    ที่ทำการไปรษณีย์    จำนวน 1      แห่ง
สถานีโทรคมนาคม    จำนวน 1      แห่ง
 แหล่งน้ำ

ประเภท

เขาค้อ

ริมสีม่วง

สะเดาะพง

รวม

ลำน้ำ,ลำห้วย

14

11

10

35

บึง,หนอง

24

3

3

30

แหล่งน้ำที่สร้างขึ้น

       

ฝาย

6

2

7

15

บ่อน้ำตื้น

11

2

4

17

บ่อโยก

8

8

3

19

ประปาหมู่บ้าน

14

6

5

25

ถังปูนฉาบ

5

1

9

15

ถังปูนฉาบ  รพช.

10

2

4

16

ถังขนาด  5,000 ลบ.ม.

10

10

ถังขนาด  2,000 ลบ.ม.

9

6

7

22

ถังปูนฉาบประชาสงเคราะห์

14

14

อ่างเก็บน้ำ

4

1

1

6

ถังแบบ ฝ.99

6

3

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

สภาพทางสังคม

การศึกษา
 – ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก  หมู่ที่  1,5,9,10  ตำบลเขาค้อ   จำนวน   4   แห่ง
– ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก  หมู่ที่  6  ตำบลริมสีม่วง   จำนวน   1   แห่ง
– โรงเรียนประถมศึกษา     จำนวน    4   แห่ง
– โรงเรียนมัธยมศึกษา     จำนวน    1   แห่ง
– ที่อ่านหนังสือพิมพ์ประจำหมู่บ้าน   จำน วน   25  แห่ง
สถาบันและองค์กรทางศาสนา

ตำบล

วัด

โบสถ์

สำนักสงฆ์

มัสยิด

เขาค้อ

2

2

6

ริมสีม่วง

4

สะเดาะพง

2

รวม

4

2

10

สาธารณสุข
                           –   โรงพยาบาลของรัฐ   จำนวน แห่ง
–   สถานีอนามัยประจำตำบล  จำนวน  4 แห่ง
–   สถานีพยาบาลเอกชน   จำนวน – แห่ง
ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
–   สถานีตำรวจ   จำนวน แห่ง
–   จุดตรวจประจำตำบล   จำนวน แห่ง
–   สถานีดับเพลิง   จำนวน       – แห่ง
ทรัพยากรธรรมชาติ
ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ (แสดงทรัพยากรในเขตพื้นที่ อบต. เขาค้อ) สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบสูงและภูเขา  มีการหักร้างถางป่าทำไร่เลื่อนลอยทำให้สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่ ไม่มีต้นไม้และเป็นพื้นที่การเกษตรจึงทำให้มีการเผาป่าทำให้สภา พป่า ไม้เป็นป่าเสื่อมโทรม  ส่วนสภาพป่าที่ยังคงเหลืออยู่ในเขตพื้นที่ก็ยังเป็นทรัพยากรหลั กที่เอื้อผลประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ในเรื่องของสิ่งแวดล้อม   ทรัพยากรน้ำและทรัพยากรการท่องเที่ยวที่สำคัญของ องค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อตลอดจนในภาพรวมของ อำเภอเขาค้อ
การบริการขั้นพื้นฐาน
การคมนาคม

ตำบล

ถนนลาดยาง

ถนน คสล.

ถนนดิน

ถนนลูกรัง

เขาค้อ

6

14

14

14

ริมสีม่วง

1

6

6

6

สะเดาะพง

3

5

5

5

รวม

10

25

25

25

การโทรคมนาคม
                    ที่ทำการไปรษณีย์    จำนวน 1      แห่ง
สถานีโทรคมนาคม    จำนวน 1      แห่ง
 แหล่งน้ำ

ประเภท

เขาค้อ

ริมสีม่วง

สะเดาะพง

รวม

ลำน้ำ,ลำห้วย

14

11

10

35

บึง,หนอง

24

3

3

30

แหล่งน้ำที่สร้างขึ้น

       

ฝาย

6

2

7

15

บ่อน้ำตื้น

11

2

4

17

บ่อโยก

8

8

3

19

ประปาหมู่บ้าน

14

6

5

25

ถังปูนฉาบ

5

1

9

15

ถังปูนฉาบ  รพช.

10

2

4

16

ถังขนาด  5,000 ลบ.ม.

10

10

ถังขนาด  2,000 ลบ.ม.

9

6

7

22

ถังปูนฉาบประชาสงเคราะห์

14

14

อ่างเก็บน้ำ

4

1

1

6

ถังแบบ ฝ.99

6

3

สภาพทางสังคม

การศึกษา
 – ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก  หมู่ที่  1,5,9,10  ตำบลเขาค้อ   จำนวน   4   แห่ง
– ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก  หมู่ที่  6  ตำบลริมสีม่วง   จำนวน   1   แห่ง
– โรงเรียนประถมศึกษา     จำนวน    4   แห่ง
– โรงเรียนมัธยมศึกษา     จำนวน    1   แห่ง
– ที่อ่านหนังสือพิมพ์ประจำหมู่บ้าน   จำน วน   25  แห่ง
สถาบันและองค์กรทางศาสนา

ตำบล

วัด

โบสถ์

สำนักสงฆ์

มัสยิด

เขาค้อ

2

2

6

ริมสีม่วง

4

สะเดาะพง

2

รวม

4

2

10

สาธารณสุข
                           –   โรงพยาบาลของรัฐ   จำนวน แห่ง
–   สถานีอนามัยประจำตำบล  จำนวน  4 แห่ง
–   สถานีพยาบาลเอกชน   จำนวน – แห่ง
ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
–   สถานีตำรวจ   จำนวน แห่ง
–   จุดตรวจประจำตำบล   จำนวน แห่ง
–   สถานีดับเพลิง   จำนวน       – แห่ง
ทรัพยากรธรรมชาติ
ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ (แสดงทรัพยากรในเขตพื้นที่ อบต. เขาค้อ) สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบสูงและภูเขา  มีการหักร้างถางป่าทำไร่เลื่อนลอยทำให้สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่ ไม่มีต้นไม้และเป็นพื้นที่การเกษตรจึงทำให้มีการเผาป่าทำให้สภา พป่า ไม้เป็นป่าเสื่อมโทรม  ส่วนสภาพป่าที่ยังคงเหลืออยู่ในเขตพื้นที่ก็ยังเป็นทรัพยากรหลั กที่เอื้อผลประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ในเรื่องของสิ่งแวดล้อม   ทรัพยากรน้ำและทรัพยากรการท่องเที่ยวที่สำคัญของ องค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อตลอดจนในภาพรวมของ อำเภอเขาค้อ
การบริการขั้นพื้นฐาน
การคมนาคม

ตำบล

ถนนลาดยาง

ถนน คสล.

ถนนดิน

ถนนลูกรัง

เขาค้อ

6

14

14

14

ริมสีม่วง

1

6

6

6

สะเดาะพง

3

5

5

5

รวม

10

25

25

25

การโทรคมนาคม
                    ที่ทำการไปรษณีย์    จำนวน 1      แห่ง
สถานีโทรคมนาคม    จำนวน 1      แห่ง
 แหล่งน้ำ

ประเภท

เขาค้อ

ริมสีม่วง

สะเดาะพง

รวม

ลำน้ำ,ลำห้วย

14

11

10

35

บึง,หนอง

24

3

3

30

แหล่งน้ำที่สร้างขึ้น

       

ฝาย

6

2

7

15

บ่อน้ำตื้น

11

2

4

17

บ่อโยก

8

8

3

19

ประปาหมู่บ้าน

14

6

5

25

ถังปูนฉาบ

5

1

9

15

ถังปูนฉาบ  รพช.

10

2

4

16

ถังขนาด  5,000 ลบ.ม.

10

10

ถังขนาด  2,000 ลบ.ม.

9

6

7

22

ถังปูนฉาบประชาสงเคราะห์

14

14

อ่างเก็บน้ำ

4

1

1

6

ถังแบบ ฝ.99

6

3

ศักยภาพของท้องถิ่น

ศักยภาพขององค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อ
    ด้านโครงสร้างองค์กร
    บุคลากร
       จำนวนบุคลากรขององค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อ  ทั้งสิ้น  26 คน แยกเป็นตำแหน่งในสำนักงาน
ปลัด   จำนวน  19 คน
                            นักบริหารงาน อบต. 7   จำนวน  1 คน
เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน จำนวน  1 คน
เจ้าหน้าที่ธุรการ 2   จำนวน  1 คน
ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ธุรการ   จำนวน  1  คน
นักการภารโรง    จำนวน  1  คน
ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่จดมาตรวัดน้ำ  จำนวน  1  คน
ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล  จำนวน  1  คน
คนทำความสะอาดศูนย์ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างฯจำนวน  1 คน
คนสวน     จำนวน  1 ค น
คนงานทั่วไป    จำนวน  1 ค น
ตำแหน่งในส่วนการคลัง    จำนวน  5 คน
                            นักบริหารงานการคลัง 7   จำนวน  1 คน
เจ้าพนักงานพัสดุ  2   จำนวน  1 คน
เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี 2  จำนวน  1 คน
เจ้าพนักงานจัดเก็บรายได้ 2  จำนวน   1 คน
ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี   จำนวน  1 คน
ตำแหน่งในส่วนโยธา    จำนวน  1 คน
นักบริหารงานช่าง 7   จำนวน  1 คน
ตำแหน่งในส่วนการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม จำนวน  10 คน
                            นักวิชาการศึกษา  5   จำนวน  1 คน
ผู้ช่วยครูผู้ดูแลเด็กอนุบาลและปฐมวัย จำนวน  9  คน
ระดับการศึกษาของบุคลากร
ระดับประถมศึกษา   จำนวน  1 คน
ระดับมัธยมศึกษา/อาชีวศึกษา  จำนวน  14 คน
ระดับปริญญาตรี    จำนวน  11 คน
สูงกว่าปริญญาตรี   จำนวน  – คน
อัตรากำลัง  (ตามแผนอัตรากำลังปีงบประมาณพ.ศ.2549-2551)

ประเภท

การศึกษา

รวม

ว่าง

ประถมศึกษา

มัธยม/อาชีวะ

ปริญญาตรี

สูงกว่า

ปริญญาตรี

ชาย

หญิง

ชาย

หญิง

ชาย

หญิง

ชาย

หญิง

พนักงานส่วนตำบล

1

1

3

4

9

3

ลูกจ้างประจำ

2

 

1

3

พนักงานจ้างตามภารกิจ

 

9

 –

9

5

พนักงานจ้างทั่วไป

 1

 –

 –

1

 –

3

5

3

รวม

1

3

11

4

7

26

11

 

 

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

ศักยภาพของท้องถิ่น

ศักยภาพขององค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อ
    ด้านโครงสร้างองค์กร
    บุคลากร
       จำนวนบุคลากรขององค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อ  ทั้งสิ้น  26 คน แยกเป็นตำแหน่งในสำนักงาน
ปลัด   จำนวน  19 คน
                            นักบริหารงาน อบต. 7   จำนวน  1 คน
เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน จำนวน  1 คน
เจ้าหน้าที่ธุรการ 2   จำนวน  1 คน
ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ธุรการ   จำนวน  1  คน
นักการภารโรง    จำนวน  1  คน
ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่จดมาตรวัดน้ำ  จำนวน  1  คน
ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล  จำนวน  1  คน
คนทำความสะอาดศูนย์ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างฯจำนวน  1 คน
คนสวน     จำนวน  1 ค น
คนงานทั่วไป    จำนวน  1 ค น
ตำแหน่งในส่วนการคลัง    จำนวน  5 คน
                            นักบริหารงานการคลัง 7   จำนวน  1 คน
เจ้าพนักงานพัสดุ  2   จำนวน  1 คน
เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี 2  จำนวน  1 คน
เจ้าพนักงานจัดเก็บรายได้ 2  จำนวน   1 คน
ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี   จำนวน  1 คน
ตำแหน่งในส่วนโยธา    จำนวน  1 คน
นักบริหารงานช่าง 7   จำนวน  1 คน
ตำแหน่งในส่วนการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม จำนวน  10 คน
                            นักวิชาการศึกษา  5   จำนวน  1 คน
ผู้ช่วยครูผู้ดูแลเด็กอนุบาลและปฐมวัย จำนวน  9  คน
ระดับการศึกษาของบุคลากร
ระดับประถมศึกษา   จำนวน  1 คน
ระดับมัธยมศึกษา/อาชีวศึกษา  จำนวน  14 คน
ระดับปริญญาตรี    จำนวน  11 คน
สูงกว่าปริญญาตรี   จำนวน  – คน
อัตรากำลัง  (ตามแผนอัตรากำลังปีงบประมาณพ.ศ.2549-2551)

ประเภท

การศึกษา

รวม

ว่าง

ประถมศึกษา

มัธยม/อาชีวะ

ปริญญาตรี

สูงกว่า

ปริญญาตรี

ชาย

หญิง

ชาย

หญิง

ชาย

หญิง

ชาย

หญิง

พนักงานส่วนตำบล

1

1

3

4

9

3

ลูกจ้างประจำ

2

 

1

3

พนักงานจ้างตามภารกิจ

 

9

 –

9

5

พนักงานจ้างทั่วไป

 1

 –

 –

1

 –

3

5

3

รวม

1

3

11

4

7

26

11

 

 

../add_file/

ศักยภาพของท้องถิ่น

ศักยภาพขององค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อ
    ด้านโครงสร้างองค์กร
    บุคลากร
       จำนวนบุคลากรขององค์การบริหารส่วนตำบลเขาค้อ  ทั้งสิ้น  26 คน แยกเป็นตำแหน่งในสำนักงาน
ปลัด   จำนวน  19 คน
                            นักบริหารงาน อบต. 7   จำนวน  1 คน
เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน จำนวน  1 คน
เจ้าหน้าที่ธุรการ 2   จำนวน  1 คน
ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ธุรการ   จำนวน  1  คน
นักการภารโรง    จำนวน  1  คน
ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่จดมาตรวัดน้ำ  จำนวน  1  คน
ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล  จำนวน  1  คน
คนทำความสะอาดศูนย์ข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างฯจำนวน  1 คน
คนสวน     จำนวน  1 ค น
คนงานทั่วไป    จำนวน  1 ค น
ตำแหน่งในส่วนการคลัง    จำนวน  5 คน
                            นักบริหารงานการคลัง 7   จำนวน  1 คน
เจ้าพนักงานพัสดุ  2   จำนวน  1 คน
เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี 2  จำนวน  1 คน
เจ้าพนักงานจัดเก็บรายได้ 2  จำนวน   1 คน
ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี   จำนวน  1 คน
ตำแหน่งในส่วนโยธา    จำนวน  1 คน
นักบริหารงานช่าง 7   จำนวน  1 คน
ตำแหน่งในส่วนการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม จำนวน  10 คน
                            นักวิชาการศึกษา  5   จำนวน  1 คน
ผู้ช่วยครูผู้ดูแลเด็กอนุบาลและปฐมวัย จำนวน  9  คน
ระดับการศึกษาของบุคลากร
ระดับประถมศึกษา   จำนวน  1 คน
ระดับมัธยมศึกษา/อาชีวศึกษา  จำนวน  14 คน
ระดับปริญญาตรี    จำนวน  11 คน
สูงกว่าปริญญาตรี   จำนวน  – คน
อัตรากำลัง  (ตามแผนอัตรากำลังปีงบประมาณพ.ศ.2549-2551)

ประเภท

การศึกษา

รวม

ว่าง

ประถมศึกษา

มัธยม/อาชีวะ

ปริญญาตรี

สูงกว่า

ปริญญาตรี

ชาย

หญิง

ชาย

หญิง

ชาย

หญิง

ชาย

หญิง

พนักงานส่วนตำบล

1

1

3

4

9

3

ลูกจ้างประจำ

2

 

1

3

พนักงานจ้างตามภารกิจ

 

9

 –

9

5

พนักงานจ้างทั่วไป

 1

 –

 –

1

 –

3

5

3

รวม

1

3

11

4

7

26

11

 

 



ชื่อไฟล์ :

เที่ยวชมประวัติศาสตร์

              

การศึกษาประวัติศาสตร์บนเขาค้อ พร้อมกับซึมซาบความงดงามของภูมิประเทศ จะยิ่งทำให้การท่องเที่ยวบนเขาค้อมี คุณค่า และซาบซึ้งใจมากขึ้น เพราะบรรพบุรุษของเรา ได้ต่อสู้กับผู้ไม่หวังดีต่อชาติ จนได้รับชัยชนะ และทิ้งอนุสรณ์สำคัญไว้ที่นี่ ทำให้ไทยเป็นเพียงประเทศเดียวในอินโดจีน ที่ไม่ถูกกลืนเป็นคอมมิวนิสต์ไปเหมือนเพื่อนบ้าน

 

สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์เหล่านี้ได้แก่

 

1. อนุสรณ์สถานผู้เสียสละ เขาค้อ

                                                                 

อนุสาวรีย์ สำคัญที่บันทึกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์การต่อสู้ระหว่างรัฐบาล กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ที่ยึดพื้นที่บริเวณเขาค้อ เป็นฐานปฏิบัติการ ระหว่างปี 2511 – 2525 ซึ่งหลังจากการปฏิบัติการขั้นเด็ดขาดในปี 2524 ทำให้เกิดความสงบสุขกับเขาค้อในปีต่อมา และเป็นการสิ้นสุดของยุคคอมมิวนิสต์บนแผ่นดินไทย โดยสิ้นเชิง สมควรที่อนุชนรุ่นหลัง ควรได้ศึกษา และให้ความเคารพกับผู้เสียชีวิต ผู้เสียสละเพื่อแผ่นดิน ในยุทธการร่วมปราบปรามคอมมิวนิสต์ครั้งใหญ่นี้ ซึ่งประกอบด้วยชนทุกหมู่เหล่า ตำรวจ ทหาร ราษฎรอาสา

      2. พิพิธภัณฑ์อาวุธ ฐานอิทธิ

                     

พิพิธภัณฑ์อาวุธ (ฐานอิทธิ) ตั้งชื่อตาม พันเอก อิทธิ สิมารักษ์ ผู้มีบทบาทสำคัญในการต่อสู้ยึดพื้นที่เขาค้อคืนจาก ผกค.ในปี พ.ศ.2524 พิพิธภัณฑ์ ตั้งอยู่ส่วนบนก่อนถึงยอดเขาค้อ ซึ่งบริเวณนี้เคยเป็นฐานปืนใหญ่ ยิงสนับสนุนการ สู้รบ ปัจจุบันจัดให้ เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง มีอาวุธยุทโธปกรณ์ ที่ใช้ในการสู้รบตั้งอยู่มากมาย เช่น เครื่องบินขับไล่ เอฟ 5 รถสายพานลำเลียงพล ปืนใหญ่ ปืนใหญ่ขนาด 105 มม. จำนวน 2 กระบอก ปืนใหญ่ ขนาด 155 มม. ยิงได้ไกล 11 กิโลเมตร 1 กระบอก เฮลิคอปเตอร์ รถถัง รถแทรกเตอร์ บังเกอร์หลบภัย ฯลฯ แต่ละจุดมีป้ายประวัติ พร้อมคำอธิบายประกอบ

ส่วนภายในอาคารพิพิธภัณฑ์ มีห้องบรรยายสรุปเกี่ยวกับเหตุการณ์ ในยุทธภูมิเลือดเขาค้อ มีห้องจัดนิทรรศการ เกี่ยวกับอุปกรณ์ เครื่องใช้ เสื้อผ้า อาวุธของคอมมิวนิสต์ให้รับชมด้วย

เปิดเวลา 07.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชม 10 บาท

 

3. หอสมุดนานาชาติ 

                      

ชื่อหอสมุดนานาชาติ มีที่มาจากการที่บรรดาทูตานุทูตต่างประเทศจำนวนมาก นำหนังสือมาบริจาคเก็บไว้ เพื่อให้คนไทยได้ศึกษา  จึงเรียกกันว่า หอสมุดนานาชาติ นอกจากนี้ยังมีหนังสือวิชาการต่างๆ ของไทยอีกจำนวนมาก มีวัตถุโบราณร่วมสมัยที่หาชมได้ยากหลายรายการ รวมทั้งฟอสซิลปลาของเพชรบูรณ์ ที่มีอายุมากกว่า 140 ล้านปี

ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าซึ่งนำมา จากประเทศศรีลังกา ซึ่งประเทศศรีลังกาได้นำมาถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสฉลอง สิริราชสมบัติครบ 50 ปี พร้อมกันต้นศรีมหาโพธิ์ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ถือเป็นเป็นสิ่งสักดิ์สิทธิ์ที่ควรแก่การมาสักการะบูชาเพื่อเป็นสิริมงคล ด้วย

บริเวณรอบหอสมุด จัดตกแต่งเป็นอุทยานดอกไม้ ทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ยืนต้น นานาชนิด ทั้งไม้เมืองหนาว ไม้เมืองร้อน มีความสวยงาม นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมได้ตลอดทุกฤดูกาล ทั้งฤดูร้อน ฝน และหนาว โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่ไม้ดอกเมืองหนาวพากันออกดอก บานสะพรั่งเป็นที่สวยงามมาก ดอกไม้เด่นๆ ได้แก่ กุหลาบดำจากประเทศอิสราเอล ที่ความเข้มของสีดอกจะขึ้นกับอุณหภูมิ ยิ่งอากาศ ยิ่งอากาศเย็นมากดอกจะยิ่งมีสีดำมากขึ้น นอกจากนี้ยังจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ไม้ดอกนานาชนิดในราคาถูกอีกด้วย

 

4. พระตำหนักเขาค้อ

                            

 

พระตำหนักเขาค้อ เป็นพระตำหนักที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ตั้งอยู่บนเขาย่า สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,100 เมตร จัดสร้างโดยบรรดาข้าราชการ พลเรือน ตำรวจ ทหาร และประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ ด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ภายหลังการต่อสู้ด้วยอาวุธกับ ผกค. สิ้นสุดลงแล้ว จึงได้รวบรวมทุนทรัพย์ ริเริ่มการก่อสร้าง พระตำหนักเขาค้อ ขึ้นเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชนในพื้นที่ และเป็นที่ทรงงาน และแปรพระราชฐานมาประทับแรม ในวโรกาสที่พระองค์ และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จมาตรวจเยี่ยมโครงการตามพระราชดำริ ในพื้นที่เขาค้อ

 

5. เจดีย์กาญจนาภิเษก

                                         

พระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก    ตั้งอยู่บนเขาค้อ ริมทางหลวงหมายเลข 2196 อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเขาค้อไปทางทิศเหนือประมาณ 2 กิโลเมตร จะเห็นพระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก อยู่ติดถนนด้านขวามือ  เป็นเจดีย์ที่มีสถาปัตยกรรมผสมผสานทั้งแบบสุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปให้ประชาชนได้สักการะบูชา ยอดเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระอัฐธาตุของพระพุทธเจ้า ที่อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานให้กับประชาชนในพื้นที่ หลังจากยุติการสู้รบกับคอมมิวนิสต์ในประเทศไทย

การ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐานไว้ ณ พื้นที่เขาค้อแห่งนี้ เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้ในอดีตเคยเป็นพื้นที่ที่มีการสู้รบ ระหว่างคนไทยด้วยกันเองมานาน จนทำให้เกิดการสูญเสียชีวิต และเลือดเนื้อจำนวนมาก ยังเศร้าโศกเสียใจให้กับคนไทยทั้งชาติ และเมื่อการสู้รบยุติลง ความสงบสุขร่มเย็นก็เริ่มบังเกิดขึ้น ราษฎรในพื้นที่ได้รับการส่งเสริม ให้มีที่ทำกินเป็นของตนเอง มีการพัฒนาอาชีพทางการเกษตร ราษฏรในพื้นที่เขาค้อ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเป็นลำดับ มีรายได้เพียงพอต่อการครองชีพ และที่สำคัญราษฎรมีความรัก และหวงแหนในแผ่นดิน ที่แลกมาด้วยชีวิตเลือดเนื้อ และหยาดน้ำตาของทหารหาญและพี่น้องคนไทยจำนวนมาก

 

6. น้ำตกศรีดิษฐ์

                          

น้ำตกหินชั้นขนาดใหญ่ มีน้ำตกตลอดทั้งปี  เดิมเคยเป็นที่อยู่ของกลุ่ม ผกค. เนื่องจากเป็นบริเวณที่อุดมสมบูรณ์ และอยู่ในป่าที่ค่อนข้างลึก เหมาะสำหรับการหลบซ่อนตัว กลุ่มผกค.จึงยึดเอาน้ำตกศรีดิษฐ์ เป็นที่อยู่ ที่กิน สำหรับการดำรงชีวิตในป่า ซึ่งยังปรากฎหลักฐาน และสิ่งของเครื่องใช้หลายอย่างของอยู่ในบริเวณน้ำตก เช่นครกตำข้าวขนาดใหญ่ที่ ผกค. สร้างขึ้นโดยใช้พลังน้ำตกช่วยเคลื่อนกังหันตำข้าว เป็นต้น

บริเวณน้ำตก มีร้านอาหาร และร้านค้าของชาวเขา ซึ่งนักท่องเที่ยวมักใช้เป็นแหล่งพักผ่อน ทานอาหาร ปิคนิค และซื้อของที่ระลึกจากชาวเขา ซึ่งมีทั้งเสื้อผ้าจากหมู่บ้านชาวเขาโดยตรง หมวกไหมพรมกันหนาว ตลอดจนตุ๊กตา และของเล่นพื้นเมือง

ข้อมูลจาก : http://www.khaoko.com

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

เที่ยวชมประวัติศาสตร์

              

การศึกษาประวัติศาสตร์บนเขาค้อ พร้อมกับซึมซาบความงดงามของภูมิประเทศ จะยิ่งทำให้การท่องเที่ยวบนเขาค้อมี คุณค่า และซาบซึ้งใจมากขึ้น เพราะบรรพบุรุษของเรา ได้ต่อสู้กับผู้ไม่หวังดีต่อชาติ จนได้รับชัยชนะ และทิ้งอนุสรณ์สำคัญไว้ที่นี่ ทำให้ไทยเป็นเพียงประเทศเดียวในอินโดจีน ที่ไม่ถูกกลืนเป็นคอมมิวนิสต์ไปเหมือนเพื่อนบ้าน

 

สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์เหล่านี้ได้แก่

 

1. อนุสรณ์สถานผู้เสียสละ เขาค้อ

                                                                 

อนุสาวรีย์ สำคัญที่บันทึกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์การต่อสู้ระหว่างรัฐบาล กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ที่ยึดพื้นที่บริเวณเขาค้อ เป็นฐานปฏิบัติการ ระหว่างปี 2511 – 2525 ซึ่งหลังจากการปฏิบัติการขั้นเด็ดขาดในปี 2524 ทำให้เกิดความสงบสุขกับเขาค้อในปีต่อมา และเป็นการสิ้นสุดของยุคคอมมิวนิสต์บนแผ่นดินไทย โดยสิ้นเชิง สมควรที่อนุชนรุ่นหลัง ควรได้ศึกษา และให้ความเคารพกับผู้เสียชีวิต ผู้เสียสละเพื่อแผ่นดิน ในยุทธการร่วมปราบปรามคอมมิวนิสต์ครั้งใหญ่นี้ ซึ่งประกอบด้วยชนทุกหมู่เหล่า ตำรวจ ทหาร ราษฎรอาสา

      2. พิพิธภัณฑ์อาวุธ ฐานอิทธิ

                     

พิพิธภัณฑ์อาวุธ (ฐานอิทธิ) ตั้งชื่อตาม พันเอก อิทธิ สิมารักษ์ ผู้มีบทบาทสำคัญในการต่อสู้ยึดพื้นที่เขาค้อคืนจาก ผกค.ในปี พ.ศ.2524 พิพิธภัณฑ์ ตั้งอยู่ส่วนบนก่อนถึงยอดเขาค้อ ซึ่งบริเวณนี้เคยเป็นฐานปืนใหญ่ ยิงสนับสนุนการ สู้รบ ปัจจุบันจัดให้ เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง มีอาวุธยุทโธปกรณ์ ที่ใช้ในการสู้รบตั้งอยู่มากมาย เช่น เครื่องบินขับไล่ เอฟ 5 รถสายพานลำเลียงพล ปืนใหญ่ ปืนใหญ่ขนาด 105 มม. จำนวน 2 กระบอก ปืนใหญ่ ขนาด 155 มม. ยิงได้ไกล 11 กิโลเมตร 1 กระบอก เฮลิคอปเตอร์ รถถัง รถแทรกเตอร์ บังเกอร์หลบภัย ฯลฯ แต่ละจุดมีป้ายประวัติ พร้อมคำอธิบายประกอบ

ส่วนภายในอาคารพิพิธภัณฑ์ มีห้องบรรยายสรุปเกี่ยวกับเหตุการณ์ ในยุทธภูมิเลือดเขาค้อ มีห้องจัดนิทรรศการ เกี่ยวกับอุปกรณ์ เครื่องใช้ เสื้อผ้า อาวุธของคอมมิวนิสต์ให้รับชมด้วย

เปิดเวลา 07.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชม 10 บาท

 

3. หอสมุดนานาชาติ 

                      

ชื่อหอสมุดนานาชาติ มีที่มาจากการที่บรรดาทูตานุทูตต่างประเทศจำนวนมาก นำหนังสือมาบริจาคเก็บไว้ เพื่อให้คนไทยได้ศึกษา  จึงเรียกกันว่า หอสมุดนานาชาติ นอกจากนี้ยังมีหนังสือวิชาการต่างๆ ของไทยอีกจำนวนมาก มีวัตถุโบราณร่วมสมัยที่หาชมได้ยากหลายรายการ รวมทั้งฟอสซิลปลาของเพชรบูรณ์ ที่มีอายุมากกว่า 140 ล้านปี

ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าซึ่งนำมา จากประเทศศรีลังกา ซึ่งประเทศศรีลังกาได้นำมาถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสฉลอง สิริราชสมบัติครบ 50 ปี พร้อมกันต้นศรีมหาโพธิ์ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ถือเป็นเป็นสิ่งสักดิ์สิทธิ์ที่ควรแก่การมาสักการะบูชาเพื่อเป็นสิริมงคล ด้วย

บริเวณรอบหอสมุด จัดตกแต่งเป็นอุทยานดอกไม้ ทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ยืนต้น นานาชนิด ทั้งไม้เมืองหนาว ไม้เมืองร้อน มีความสวยงาม นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมได้ตลอดทุกฤดูกาล ทั้งฤดูร้อน ฝน และหนาว โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่ไม้ดอกเมืองหนาวพากันออกดอก บานสะพรั่งเป็นที่สวยงามมาก ดอกไม้เด่นๆ ได้แก่ กุหลาบดำจากประเทศอิสราเอล ที่ความเข้มของสีดอกจะขึ้นกับอุณหภูมิ ยิ่งอากาศ ยิ่งอากาศเย็นมากดอกจะยิ่งมีสีดำมากขึ้น นอกจากนี้ยังจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ไม้ดอกนานาชนิดในราคาถูกอีกด้วย

 

4. พระตำหนักเขาค้อ

                            

 

พระตำหนักเขาค้อ เป็นพระตำหนักที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ตั้งอยู่บนเขาย่า สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,100 เมตร จัดสร้างโดยบรรดาข้าราชการ พลเรือน ตำรวจ ทหาร และประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ ด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ภายหลังการต่อสู้ด้วยอาวุธกับ ผกค. สิ้นสุดลงแล้ว จึงได้รวบรวมทุนทรัพย์ ริเริ่มการก่อสร้าง พระตำหนักเขาค้อ ขึ้นเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชนในพื้นที่ และเป็นที่ทรงงาน และแปรพระราชฐานมาประทับแรม ในวโรกาสที่พระองค์ และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จมาตรวจเยี่ยมโครงการตามพระราชดำริ ในพื้นที่เขาค้อ

 

5. เจดีย์กาญจนาภิเษก

                                         

พระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก    ตั้งอยู่บนเขาค้อ ริมทางหลวงหมายเลข 2196 อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเขาค้อไปทางทิศเหนือประมาณ 2 กิโลเมตร จะเห็นพระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก อยู่ติดถนนด้านขวามือ  เป็นเจดีย์ที่มีสถาปัตยกรรมผสมผสานทั้งแบบสุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปให้ประชาชนได้สักการะบูชา ยอดเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระอัฐธาตุของพระพุทธเจ้า ที่อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานให้กับประชาชนในพื้นที่ หลังจากยุติการสู้รบกับคอมมิวนิสต์ในประเทศไทย

การ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐานไว้ ณ พื้นที่เขาค้อแห่งนี้ เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้ในอดีตเคยเป็นพื้นที่ที่มีการสู้รบ ระหว่างคนไทยด้วยกันเองมานาน จนทำให้เกิดการสูญเสียชีวิต และเลือดเนื้อจำนวนมาก ยังเศร้าโศกเสียใจให้กับคนไทยทั้งชาติ และเมื่อการสู้รบยุติลง ความสงบสุขร่มเย็นก็เริ่มบังเกิดขึ้น ราษฎรในพื้นที่ได้รับการส่งเสริม ให้มีที่ทำกินเป็นของตนเอง มีการพัฒนาอาชีพทางการเกษตร ราษฏรในพื้นที่เขาค้อ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเป็นลำดับ มีรายได้เพียงพอต่อการครองชีพ และที่สำคัญราษฎรมีความรัก และหวงแหนในแผ่นดิน ที่แลกมาด้วยชีวิตเลือดเนื้อ และหยาดน้ำตาของทหารหาญและพี่น้องคนไทยจำนวนมาก

 

6. น้ำตกศรีดิษฐ์

                          

น้ำตกหินชั้นขนาดใหญ่ มีน้ำตกตลอดทั้งปี  เดิมเคยเป็นที่อยู่ของกลุ่ม ผกค. เนื่องจากเป็นบริเวณที่อุดมสมบูรณ์ และอยู่ในป่าที่ค่อนข้างลึก เหมาะสำหรับการหลบซ่อนตัว กลุ่มผกค.จึงยึดเอาน้ำตกศรีดิษฐ์ เป็นที่อยู่ ที่กิน สำหรับการดำรงชีวิตในป่า ซึ่งยังปรากฎหลักฐาน และสิ่งของเครื่องใช้หลายอย่างของอยู่ในบริเวณน้ำตก เช่นครกตำข้าวขนาดใหญ่ที่ ผกค. สร้างขึ้นโดยใช้พลังน้ำตกช่วยเคลื่อนกังหันตำข้าว เป็นต้น

บริเวณน้ำตก มีร้านอาหาร และร้านค้าของชาวเขา ซึ่งนักท่องเที่ยวมักใช้เป็นแหล่งพักผ่อน ทานอาหาร ปิคนิค และซื้อของที่ระลึกจากชาวเขา ซึ่งมีทั้งเสื้อผ้าจากหมู่บ้านชาวเขาโดยตรง หมวกไหมพรมกันหนาว ตลอดจนตุ๊กตา และของเล่นพื้นเมือง

ข้อมูลจาก : http://www.khaoko.com

../add_file/

เที่ยวชมประวัติศาสตร์

              

การศึกษาประวัติศาสตร์บนเขาค้อ พร้อมกับซึมซาบความงดงามของภูมิประเทศ จะยิ่งทำให้การท่องเที่ยวบนเขาค้อมี คุณค่า และซาบซึ้งใจมากขึ้น เพราะบรรพบุรุษของเรา ได้ต่อสู้กับผู้ไม่หวังดีต่อชาติ จนได้รับชัยชนะ และทิ้งอนุสรณ์สำคัญไว้ที่นี่ ทำให้ไทยเป็นเพียงประเทศเดียวในอินโดจีน ที่ไม่ถูกกลืนเป็นคอมมิวนิสต์ไปเหมือนเพื่อนบ้าน

 

สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์เหล่านี้ได้แก่

 

1. อนุสรณ์สถานผู้เสียสละ เขาค้อ

                                                                 

อนุสาวรีย์ สำคัญที่บันทึกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์การต่อสู้ระหว่างรัฐบาล กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ที่ยึดพื้นที่บริเวณเขาค้อ เป็นฐานปฏิบัติการ ระหว่างปี 2511 – 2525 ซึ่งหลังจากการปฏิบัติการขั้นเด็ดขาดในปี 2524 ทำให้เกิดความสงบสุขกับเขาค้อในปีต่อมา และเป็นการสิ้นสุดของยุคคอมมิวนิสต์บนแผ่นดินไทย โดยสิ้นเชิง สมควรที่อนุชนรุ่นหลัง ควรได้ศึกษา และให้ความเคารพกับผู้เสียชีวิต ผู้เสียสละเพื่อแผ่นดิน ในยุทธการร่วมปราบปรามคอมมิวนิสต์ครั้งใหญ่นี้ ซึ่งประกอบด้วยชนทุกหมู่เหล่า ตำรวจ ทหาร ราษฎรอาสา

      2. พิพิธภัณฑ์อาวุธ ฐานอิทธิ

                     

พิพิธภัณฑ์อาวุธ (ฐานอิทธิ) ตั้งชื่อตาม พันเอก อิทธิ สิมารักษ์ ผู้มีบทบาทสำคัญในการต่อสู้ยึดพื้นที่เขาค้อคืนจาก ผกค.ในปี พ.ศ.2524 พิพิธภัณฑ์ ตั้งอยู่ส่วนบนก่อนถึงยอดเขาค้อ ซึ่งบริเวณนี้เคยเป็นฐานปืนใหญ่ ยิงสนับสนุนการ สู้รบ ปัจจุบันจัดให้ เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง มีอาวุธยุทโธปกรณ์ ที่ใช้ในการสู้รบตั้งอยู่มากมาย เช่น เครื่องบินขับไล่ เอฟ 5 รถสายพานลำเลียงพล ปืนใหญ่ ปืนใหญ่ขนาด 105 มม. จำนวน 2 กระบอก ปืนใหญ่ ขนาด 155 มม. ยิงได้ไกล 11 กิโลเมตร 1 กระบอก เฮลิคอปเตอร์ รถถัง รถแทรกเตอร์ บังเกอร์หลบภัย ฯลฯ แต่ละจุดมีป้ายประวัติ พร้อมคำอธิบายประกอบ

ส่วนภายในอาคารพิพิธภัณฑ์ มีห้องบรรยายสรุปเกี่ยวกับเหตุการณ์ ในยุทธภูมิเลือดเขาค้อ มีห้องจัดนิทรรศการ เกี่ยวกับอุปกรณ์ เครื่องใช้ เสื้อผ้า อาวุธของคอมมิวนิสต์ให้รับชมด้วย

เปิดเวลา 07.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชม 10 บาท

 

3. หอสมุดนานาชาติ 

                      

ชื่อหอสมุดนานาชาติ มีที่มาจากการที่บรรดาทูตานุทูตต่างประเทศจำนวนมาก นำหนังสือมาบริจาคเก็บไว้ เพื่อให้คนไทยได้ศึกษา  จึงเรียกกันว่า หอสมุดนานาชาติ นอกจากนี้ยังมีหนังสือวิชาการต่างๆ ของไทยอีกจำนวนมาก มีวัตถุโบราณร่วมสมัยที่หาชมได้ยากหลายรายการ รวมทั้งฟอสซิลปลาของเพชรบูรณ์ ที่มีอายุมากกว่า 140 ล้านปี

ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าซึ่งนำมา จากประเทศศรีลังกา ซึ่งประเทศศรีลังกาได้นำมาถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสฉลอง สิริราชสมบัติครบ 50 ปี พร้อมกันต้นศรีมหาโพธิ์ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ถือเป็นเป็นสิ่งสักดิ์สิทธิ์ที่ควรแก่การมาสักการะบูชาเพื่อเป็นสิริมงคล ด้วย

บริเวณรอบหอสมุด จัดตกแต่งเป็นอุทยานดอกไม้ ทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ยืนต้น นานาชนิด ทั้งไม้เมืองหนาว ไม้เมืองร้อน มีความสวยงาม นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมได้ตลอดทุกฤดูกาล ทั้งฤดูร้อน ฝน และหนาว โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่ไม้ดอกเมืองหนาวพากันออกดอก บานสะพรั่งเป็นที่สวยงามมาก ดอกไม้เด่นๆ ได้แก่ กุหลาบดำจากประเทศอิสราเอล ที่ความเข้มของสีดอกจะขึ้นกับอุณหภูมิ ยิ่งอากาศ ยิ่งอากาศเย็นมากดอกจะยิ่งมีสีดำมากขึ้น นอกจากนี้ยังจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ไม้ดอกนานาชนิดในราคาถูกอีกด้วย

 

4. พระตำหนักเขาค้อ

                            

 

พระตำหนักเขาค้อ เป็นพระตำหนักที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ตั้งอยู่บนเขาย่า สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,100 เมตร จัดสร้างโดยบรรดาข้าราชการ พลเรือน ตำรวจ ทหาร และประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ ด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ภายหลังการต่อสู้ด้วยอาวุธกับ ผกค. สิ้นสุดลงแล้ว จึงได้รวบรวมทุนทรัพย์ ริเริ่มการก่อสร้าง พระตำหนักเขาค้อ ขึ้นเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชนในพื้นที่ และเป็นที่ทรงงาน และแปรพระราชฐานมาประทับแรม ในวโรกาสที่พระองค์ และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จมาตรวจเยี่ยมโครงการตามพระราชดำริ ในพื้นที่เขาค้อ

 

5. เจดีย์กาญจนาภิเษก

                                         

พระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก    ตั้งอยู่บนเขาค้อ ริมทางหลวงหมายเลข 2196 อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอเขาค้อไปทางทิศเหนือประมาณ 2 กิโลเมตร จะเห็นพระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก อยู่ติดถนนด้านขวามือ  เป็นเจดีย์ที่มีสถาปัตยกรรมผสมผสานทั้งแบบสุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปให้ประชาชนได้สักการะบูชา ยอดเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระอัฐธาตุของพระพุทธเจ้า ที่อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานให้กับประชาชนในพื้นที่ หลังจากยุติการสู้รบกับคอมมิวนิสต์ในประเทศไทย

การ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐานไว้ ณ พื้นที่เขาค้อแห่งนี้ เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้ในอดีตเคยเป็นพื้นที่ที่มีการสู้รบ ระหว่างคนไทยด้วยกันเองมานาน จนทำให้เกิดการสูญเสียชีวิต และเลือดเนื้อจำนวนมาก ยังเศร้าโศกเสียใจให้กับคนไทยทั้งชาติ และเมื่อการสู้รบยุติลง ความสงบสุขร่มเย็นก็เริ่มบังเกิดขึ้น ราษฎรในพื้นที่ได้รับการส่งเสริม ให้มีที่ทำกินเป็นของตนเอง มีการพัฒนาอาชีพทางการเกษตร ราษฏรในพื้นที่เขาค้อ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเป็นลำดับ มีรายได้เพียงพอต่อการครองชีพ และที่สำคัญราษฎรมีความรัก และหวงแหนในแผ่นดิน ที่แลกมาด้วยชีวิตเลือดเนื้อ และหยาดน้ำตาของทหารหาญและพี่น้องคนไทยจำนวนมาก

 

6. น้ำตกศรีดิษฐ์

                          

น้ำตกหินชั้นขนาดใหญ่ มีน้ำตกตลอดทั้งปี  เดิมเคยเป็นที่อยู่ของกลุ่ม ผกค. เนื่องจากเป็นบริเวณที่อุดมสมบูรณ์ และอยู่ในป่าที่ค่อนข้างลึก เหมาะสำหรับการหลบซ่อนตัว กลุ่มผกค.จึงยึดเอาน้ำตกศรีดิษฐ์ เป็นที่อยู่ ที่กิน สำหรับการดำรงชีวิตในป่า ซึ่งยังปรากฎหลักฐาน และสิ่งของเครื่องใช้หลายอย่างของอยู่ในบริเวณน้ำตก เช่นครกตำข้าวขนาดใหญ่ที่ ผกค. สร้างขึ้นโดยใช้พลังน้ำตกช่วยเคลื่อนกังหันตำข้าว เป็นต้น

บริเวณน้ำตก มีร้านอาหาร และร้านค้าของชาวเขา ซึ่งนักท่องเที่ยวมักใช้เป็นแหล่งพักผ่อน ทานอาหาร ปิคนิค และซื้อของที่ระลึกจากชาวเขา ซึ่งมีทั้งเสื้อผ้าจากหมู่บ้านชาวเขาโดยตรง หมวกไหมพรมกันหนาว ตลอดจนตุ๊กตา และของเล่นพื้นเมือง

ข้อมูลจาก : http://www.khaoko.com



ชื่อไฟล์ :

ชมวิวทะเลหมอก

                     

วิวมุมสูงที่ทัศนียภาพสวยงามบนเขาค้อ สามารถเลือกชมได้จากจุดชมวิวหลายๆ แห่ง หลักๆก็คือบริเวณจุดชมวิวทะเลหมอก จุดชมวิวจากฐานอิทธิบนยอดเขาค้อ และจุดชมวิวจากเขาพระตำหนัก นอกจากนี้ ยังมีจุดชมวิวสวยๆ ริมทางอีกหลายแห่งที่พร้อมให้นักท่องเที่ยวแวะชม แวะซื้อของที่ระลึก หรือเพียงแค่แวะพักรถ จิบกาแฟ ก่อนเดินทางต่อ

1. จุดชมวิวทะเลหมอกบนเขาค้อ อยู่บริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำรัตนัย จุดชมวิวที่สวยที่สุด และใกล้ชิดที่สุด คือบริเวณศาลาชมวิว อ.เขาค้อ ที่ทำการชุมสายโทรศัพท์เขาค้อ ที่ทำการไปรษณีย์เขาค้อ และบริเวณใกล้เคียงรอบๆ ซึ่งอยู่ริมเส้นทางสาย 2196 ที่เป็นถนนสายหลักสำหรับการเดินทางบนเขาค้อ จุดชมวิวสำคัญอยู่ฝั่งตรงข้ามกับที่ว่าการอำเภอเขาค้อนั่นเอง จุดชมวิวตรงนี้ กำหนดเป็นจุดชมวิวอย่างเป็นทางการ และเปิดเป็นสถานที่ สำหรับให้นักท่องเที่ยวเข้าไปใช้บริการกางเต็นท์พักแรมได้ด้วย

บริเวณใกล้เคียงกัน ยังมีรีสอร์ทของเอกชนหลายแห่ง ตั้งอยู่บนจุดชมวิวแห่งนี้ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าพักค้างแรม และตื่นขึ้นชมทะเลหมอกในตอนเช้าได้เลย เช่น เขาค้อทะเลหมอก พรสวรรค์รีสอร์ท ภูอาบหมอก ภูชิดหมอก เขาค้อฟ้าใสหมอกสวย ลีปันดารีสอร์ท ไล่เรียงไปตามเส้นทางสาย 2196 จนกระทั่งถึงสามแยกตลาดพัฒนา มีป้ายบอกทางไปน้ำตกศรีดิษฐ์ ลงไปตามถนนจะพบจุดชมทะเลหมอกอีกหลายรีสอร์ท เช่น The Sense  วิวทะเลหมอกเขาค้อ, บ้านไร่ระเบียงหมอก, แทนรักทะเลหมอก ฯลฯ

                                         

 

2. จุดชมวิวบนฐานอิทธิ เป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดในบนเขาค้อ สามารถมองเห็นทะเลหมอกในยามเช้าได้เหมือนกัน และในช่วงกลางวัน จะมองเห็นทัศนยภาพที่กว้างไกลสุดลูกตาจากความสูงที่ระดับ 1,174 เมตรจากระดับน้ำทะเล จุดชมวิวจุดนี้ ตั้งอยู่ส่วนในสุดของฐานอิทธิ ซึ่งใช้เป็นกองบัญชาการรบในสมรภูมิเขาค้อ เมื่อ 40 ปีก่อน ภายในยังมีบังเกอร์ หลุมพลาง ปรากฏอยู่ให้เห็น จุดชมวิวตรงอยู่ตั้งอยู่ด้านหลังอนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อนั่นเอง ด้านหน้ายังมีร้านค้า ขายสินค้าที่ระลึก ผัก ผลไม้ ในท้องถิ่น ไว้รอจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวด้วย

 

                        

 

3. จุดชมวิวบนพระตำหนักเขาค้อ ตั้ง อยู่ในบริเวณพระตำหนักเขาค้อ บนเขาย่า ซึ่งเป็นเขาลูกที่สูงที่สุดในกลุ่มเขาค้อ จุดชมวิวที่นี่จะสามารถมองเห็นเนินเขาลดหลั่นสลับกันไปมาสวยงาม และหากมีเรี่ยวแรงมากพอ แนะนำให้เดินเท้าไต่ขึ้นสู่จุดชมวิวของเขาย่า ด้วยระยะทางอีกประมาณ 700 เมตร จากบริเวณพระตำหนัก ซึ่งจะถึงฐานปฏิบัติการเขาย่า บนระดับความสูง 1,290 เมตรจากระดับน้ำทะเล ณ จุดนี้ สามารถมองเห็นทัศนียภาพโดยรอบของเขาค้อทั้งหมด เนื่องจากเป็นจุดที่สูงที่สุด

 

                        

 

4. จุดชมวิววัดกองเนียม ตั้งอยู่ใกล้กับหอสมุดนานาชาติ ติดกับทางขึ้นไปชมอนุสรณ์สถานเขาค้อ ริมเส้นทางสาย 2196 เป็นจุดที่สามารถมองเห็นทะเลหมอกในทางทิศตะวันออก พร้อมกับแสงสีส้มของอาทิตย์ ทะเลหมอกในจุดนี้เกิดค่อนข้างยากพอสมควร ต้องในวันที่มีอากาศเย็นจัดและไม่มีลมจริงๆ เท่านั้น แต่เมื่อเกิดทะเลหมอกแล้วก็จะสวยงามกว่าทุกๆ ที่เพราะเป็นทะเลหมอกท่ามกลางเนินเขาสลับซับซ้อน โดยมีต้นค้อสูงใหญ่เป็นฉากหน้า และฉาบทาด้วยแสงสีส้มของพระอาทิตย์ ส่วนฉากหลังก็เป็นดวงอาทิตย์สีส้มดวงใหญ่ ทะเลหมอกที่วัดกองเนียมพบได้บ่อยในช่วงปลายฝนต้นหนาว ในวันที่ไม่มีกระแสลม

 

                             

 

5. จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ อยู่บริเวณหมู่ 2 ในต.หนองแม่นา อ.เขาค้อ บนถนนสาย 2258 จากพระตำหนักเขาค้อ มุ่งหน้าไปยังทุ่งแสลงหลวง ตรงนี้เป็นจุดชมวิวบนยอดเขาสูงของเส้นทาง ซึ่งสามารถมองเห็นวิวได้โดยรอบ 360 องศา ในยามทีมีทะเลหมอกจากบริเวณอ่างเก็บน้ำรัตนัยก็จะสามารถมองเห็นได้เพราะเป็นจุดเชื่อมโยงกัน และยังสามารถเห็นทะเลหมอกในบริเวณหุบเขาตะเคียนโง๊ะอีกฟากฝั่งหนึ่งด้วย ซึ่งเมื่อทะเลหมอกทั้ง 2 จุดล้นมาเจอกันก็จะกลายเป็นทะเลหมอกกว้างใหญ่ผืนเดียวกัน ที่สวยงามอลังการ

 

                             

 

6. จุดชมวิวผาซ่อนแก้ว เป็นอีกจุดหนึ่งที่มีวิวสวยงาม เพราะเป็นทิวเขาสลับซับซ้อนต่อเนื่องมาจากภูทับเบิก และภูหินร่องกล้า จุดสูงสุดของผาซ่อนแก้ว คือผาตั้วเพ่ง และผาตัด ซึ่งสูงกว่า 1,300 เมตรจากระดับน้ำทะเล แต่เข้าถึงยากเพราะต้องเดินทางด้วยรถขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น แต่ก็มีจุดชมวิวบริเวณเชิงเขาที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายๆ คือจุดชมวิวบริเวณวัดผาซ่อนแก้ว และจุดชมวิวบริเวณร้านกาแฟ PINO LATTE ที่เลยจากวัดผาซ่อนแก้วไปทางเชิงเขา ซึ่งสามารถมองย้อนกลับมายังวัดผาซ่อนแก้วในมุมมองที่สวยงาม นอกจากนี้ในฤดูฝน บริเวณผาซ่อนแก้วจะเต็มไปด้วยหมอกสีขาวลอยฟุ้ง ปริ่มอยู่ทั่วไป ถือว่าเป็นจุดที่สวยงามที่สุดในฤดูฝนของเขาค้อ

 

                          

 

7. จุดชมวิวระหว่างทาง เส้น ทางขึ้นเขาค้อ มี 2 เส้นทางหลัก คือ 1. เส้นทางสาย 2258 นางั่ว-สะเดาะพง ซึ่งจะเลี้ยวซ้ายหลังจากผ่านตัวจังหวัดเพชรบูรณ์มาประมาณ 13 กม. และ 2. เส้นทางสาย 12 พิษณุโลก-หล่มสัก ซึ่งเริ่มเข้าสู่เส้นทางนี้ เมื่อรถไปถึงแยกพ่อขุนผาเมือง แล้วเลี้ยวซ้ายสู่เขาค้อ
จุดชมวิวสำหรับเส้นทางสายนางั่ว-สะเดะพง (2258) อยู่บริเวณก่อนถึงแยกสะเดาะพง ประมาณ 3 กม. ซึ่งจัดเป็นจุดชมวิว สำหรับพักรถ และสำหรับซื้อสินค้าพื้นเมือง เป็นจุดแรกสำหรับการสูดอากาศเย็นๆ บนภูเขาสูงเข้าปอด ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังเขาค้อ- จุดชมวิวสำหรับเส้นทางสายพิษณุโลก-หล่มสัก(12) อยู่บริเวณกม.ที่ 108 ชื่อสวนรัชมังคลา เป็นจุดพักรถ และมีสินค้าพื้นเมืองจากชาวเขา ผักสด ผลไม้ กาแฟ และเสื้อผ้า เป็นที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว บนจุดชมวิวจะเห็นหุบเขา บริเวณบ้านน้ำก้อ เบื้องหลังภูเขาสูงใหญ่เบื้องหน้าสลับกันไปมาสวยงาม

 

                               

 

ข้อมูลจาก : http://www.khaoko.com

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

ชมวิวทะเลหมอก

                     

วิวมุมสูงที่ทัศนียภาพสวยงามบนเขาค้อ สามารถเลือกชมได้จากจุดชมวิวหลายๆ แห่ง หลักๆก็คือบริเวณจุดชมวิวทะเลหมอก จุดชมวิวจากฐานอิทธิบนยอดเขาค้อ และจุดชมวิวจากเขาพระตำหนัก นอกจากนี้ ยังมีจุดชมวิวสวยๆ ริมทางอีกหลายแห่งที่พร้อมให้นักท่องเที่ยวแวะชม แวะซื้อของที่ระลึก หรือเพียงแค่แวะพักรถ จิบกาแฟ ก่อนเดินทางต่อ

1. จุดชมวิวทะเลหมอกบนเขาค้อ อยู่บริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำรัตนัย จุดชมวิวที่สวยที่สุด และใกล้ชิดที่สุด คือบริเวณศาลาชมวิว อ.เขาค้อ ที่ทำการชุมสายโทรศัพท์เขาค้อ ที่ทำการไปรษณีย์เขาค้อ และบริเวณใกล้เคียงรอบๆ ซึ่งอยู่ริมเส้นทางสาย 2196 ที่เป็นถนนสายหลักสำหรับการเดินทางบนเขาค้อ จุดชมวิวสำคัญอยู่ฝั่งตรงข้ามกับที่ว่าการอำเภอเขาค้อนั่นเอง จุดชมวิวตรงนี้ กำหนดเป็นจุดชมวิวอย่างเป็นทางการ และเปิดเป็นสถานที่ สำหรับให้นักท่องเที่ยวเข้าไปใช้บริการกางเต็นท์พักแรมได้ด้วย

บริเวณใกล้เคียงกัน ยังมีรีสอร์ทของเอกชนหลายแห่ง ตั้งอยู่บนจุดชมวิวแห่งนี้ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าพักค้างแรม และตื่นขึ้นชมทะเลหมอกในตอนเช้าได้เลย เช่น เขาค้อทะเลหมอก พรสวรรค์รีสอร์ท ภูอาบหมอก ภูชิดหมอก เขาค้อฟ้าใสหมอกสวย ลีปันดารีสอร์ท ไล่เรียงไปตามเส้นทางสาย 2196 จนกระทั่งถึงสามแยกตลาดพัฒนา มีป้ายบอกทางไปน้ำตกศรีดิษฐ์ ลงไปตามถนนจะพบจุดชมทะเลหมอกอีกหลายรีสอร์ท เช่น The Sense  วิวทะเลหมอกเขาค้อ, บ้านไร่ระเบียงหมอก, แทนรักทะเลหมอก ฯลฯ

                                         

 

2. จุดชมวิวบนฐานอิทธิ เป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดในบนเขาค้อ สามารถมองเห็นทะเลหมอกในยามเช้าได้เหมือนกัน และในช่วงกลางวัน จะมองเห็นทัศนยภาพที่กว้างไกลสุดลูกตาจากความสูงที่ระดับ 1,174 เมตรจากระดับน้ำทะเล จุดชมวิวจุดนี้ ตั้งอยู่ส่วนในสุดของฐานอิทธิ ซึ่งใช้เป็นกองบัญชาการรบในสมรภูมิเขาค้อ เมื่อ 40 ปีก่อน ภายในยังมีบังเกอร์ หลุมพลาง ปรากฏอยู่ให้เห็น จุดชมวิวตรงอยู่ตั้งอยู่ด้านหลังอนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อนั่นเอง ด้านหน้ายังมีร้านค้า ขายสินค้าที่ระลึก ผัก ผลไม้ ในท้องถิ่น ไว้รอจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวด้วย

 

                        

 

3. จุดชมวิวบนพระตำหนักเขาค้อ ตั้ง อยู่ในบริเวณพระตำหนักเขาค้อ บนเขาย่า ซึ่งเป็นเขาลูกที่สูงที่สุดในกลุ่มเขาค้อ จุดชมวิวที่นี่จะสามารถมองเห็นเนินเขาลดหลั่นสลับกันไปมาสวยงาม และหากมีเรี่ยวแรงมากพอ แนะนำให้เดินเท้าไต่ขึ้นสู่จุดชมวิวของเขาย่า ด้วยระยะทางอีกประมาณ 700 เมตร จากบริเวณพระตำหนัก ซึ่งจะถึงฐานปฏิบัติการเขาย่า บนระดับความสูง 1,290 เมตรจากระดับน้ำทะเล ณ จุดนี้ สามารถมองเห็นทัศนียภาพโดยรอบของเขาค้อทั้งหมด เนื่องจากเป็นจุดที่สูงที่สุด

 

                        

 

4. จุดชมวิววัดกองเนียม ตั้งอยู่ใกล้กับหอสมุดนานาชาติ ติดกับทางขึ้นไปชมอนุสรณ์สถานเขาค้อ ริมเส้นทางสาย 2196 เป็นจุดที่สามารถมองเห็นทะเลหมอกในทางทิศตะวันออก พร้อมกับแสงสีส้มของอาทิตย์ ทะเลหมอกในจุดนี้เกิดค่อนข้างยากพอสมควร ต้องในวันที่มีอากาศเย็นจัดและไม่มีลมจริงๆ เท่านั้น แต่เมื่อเกิดทะเลหมอกแล้วก็จะสวยงามกว่าทุกๆ ที่เพราะเป็นทะเลหมอกท่ามกลางเนินเขาสลับซับซ้อน โดยมีต้นค้อสูงใหญ่เป็นฉากหน้า และฉาบทาด้วยแสงสีส้มของพระอาทิตย์ ส่วนฉากหลังก็เป็นดวงอาทิตย์สีส้มดวงใหญ่ ทะเลหมอกที่วัดกองเนียมพบได้บ่อยในช่วงปลายฝนต้นหนาว ในวันที่ไม่มีกระแสลม

 

                             

 

5. จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ อยู่บริเวณหมู่ 2 ในต.หนองแม่นา อ.เขาค้อ บนถนนสาย 2258 จากพระตำหนักเขาค้อ มุ่งหน้าไปยังทุ่งแสลงหลวง ตรงนี้เป็นจุดชมวิวบนยอดเขาสูงของเส้นทาง ซึ่งสามารถมองเห็นวิวได้โดยรอบ 360 องศา ในยามทีมีทะเลหมอกจากบริเวณอ่างเก็บน้ำรัตนัยก็จะสามารถมองเห็นได้เพราะเป็นจุดเชื่อมโยงกัน และยังสามารถเห็นทะเลหมอกในบริเวณหุบเขาตะเคียนโง๊ะอีกฟากฝั่งหนึ่งด้วย ซึ่งเมื่อทะเลหมอกทั้ง 2 จุดล้นมาเจอกันก็จะกลายเป็นทะเลหมอกกว้างใหญ่ผืนเดียวกัน ที่สวยงามอลังการ

 

                             

 

6. จุดชมวิวผาซ่อนแก้ว เป็นอีกจุดหนึ่งที่มีวิวสวยงาม เพราะเป็นทิวเขาสลับซับซ้อนต่อเนื่องมาจากภูทับเบิก และภูหินร่องกล้า จุดสูงสุดของผาซ่อนแก้ว คือผาตั้วเพ่ง และผาตัด ซึ่งสูงกว่า 1,300 เมตรจากระดับน้ำทะเล แต่เข้าถึงยากเพราะต้องเดินทางด้วยรถขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น แต่ก็มีจุดชมวิวบริเวณเชิงเขาที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายๆ คือจุดชมวิวบริเวณวัดผาซ่อนแก้ว และจุดชมวิวบริเวณร้านกาแฟ PINO LATTE ที่เลยจากวัดผาซ่อนแก้วไปทางเชิงเขา ซึ่งสามารถมองย้อนกลับมายังวัดผาซ่อนแก้วในมุมมองที่สวยงาม นอกจากนี้ในฤดูฝน บริเวณผาซ่อนแก้วจะเต็มไปด้วยหมอกสีขาวลอยฟุ้ง ปริ่มอยู่ทั่วไป ถือว่าเป็นจุดที่สวยงามที่สุดในฤดูฝนของเขาค้อ

 

                          

 

7. จุดชมวิวระหว่างทาง เส้น ทางขึ้นเขาค้อ มี 2 เส้นทางหลัก คือ 1. เส้นทางสาย 2258 นางั่ว-สะเดาะพง ซึ่งจะเลี้ยวซ้ายหลังจากผ่านตัวจังหวัดเพชรบูรณ์มาประมาณ 13 กม. และ 2. เส้นทางสาย 12 พิษณุโลก-หล่มสัก ซึ่งเริ่มเข้าสู่เส้นทางนี้ เมื่อรถไปถึงแยกพ่อขุนผาเมือง แล้วเลี้ยวซ้ายสู่เขาค้อ
จุดชมวิวสำหรับเส้นทางสายนางั่ว-สะเดะพง (2258) อยู่บริเวณก่อนถึงแยกสะเดาะพง ประมาณ 3 กม. ซึ่งจัดเป็นจุดชมวิว สำหรับพักรถ และสำหรับซื้อสินค้าพื้นเมือง เป็นจุดแรกสำหรับการสูดอากาศเย็นๆ บนภูเขาสูงเข้าปอด ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังเขาค้อ- จุดชมวิวสำหรับเส้นทางสายพิษณุโลก-หล่มสัก(12) อยู่บริเวณกม.ที่ 108 ชื่อสวนรัชมังคลา เป็นจุดพักรถ และมีสินค้าพื้นเมืองจากชาวเขา ผักสด ผลไม้ กาแฟ และเสื้อผ้า เป็นที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว บนจุดชมวิวจะเห็นหุบเขา บริเวณบ้านน้ำก้อ เบื้องหลังภูเขาสูงใหญ่เบื้องหน้าสลับกันไปมาสวยงาม

 

                               

 

ข้อมูลจาก : http://www.khaoko.com

../add_file/

ชมวิวทะเลหมอก

                     

วิวมุมสูงที่ทัศนียภาพสวยงามบนเขาค้อ สามารถเลือกชมได้จากจุดชมวิวหลายๆ แห่ง หลักๆก็คือบริเวณจุดชมวิวทะเลหมอก จุดชมวิวจากฐานอิทธิบนยอดเขาค้อ และจุดชมวิวจากเขาพระตำหนัก นอกจากนี้ ยังมีจุดชมวิวสวยๆ ริมทางอีกหลายแห่งที่พร้อมให้นักท่องเที่ยวแวะชม แวะซื้อของที่ระลึก หรือเพียงแค่แวะพักรถ จิบกาแฟ ก่อนเดินทางต่อ

1. จุดชมวิวทะเลหมอกบนเขาค้อ อยู่บริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำรัตนัย จุดชมวิวที่สวยที่สุด และใกล้ชิดที่สุด คือบริเวณศาลาชมวิว อ.เขาค้อ ที่ทำการชุมสายโทรศัพท์เขาค้อ ที่ทำการไปรษณีย์เขาค้อ และบริเวณใกล้เคียงรอบๆ ซึ่งอยู่ริมเส้นทางสาย 2196 ที่เป็นถนนสายหลักสำหรับการเดินทางบนเขาค้อ จุดชมวิวสำคัญอยู่ฝั่งตรงข้ามกับที่ว่าการอำเภอเขาค้อนั่นเอง จุดชมวิวตรงนี้ กำหนดเป็นจุดชมวิวอย่างเป็นทางการ และเปิดเป็นสถานที่ สำหรับให้นักท่องเที่ยวเข้าไปใช้บริการกางเต็นท์พักแรมได้ด้วย

บริเวณใกล้เคียงกัน ยังมีรีสอร์ทของเอกชนหลายแห่ง ตั้งอยู่บนจุดชมวิวแห่งนี้ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าพักค้างแรม และตื่นขึ้นชมทะเลหมอกในตอนเช้าได้เลย เช่น เขาค้อทะเลหมอก พรสวรรค์รีสอร์ท ภูอาบหมอก ภูชิดหมอก เขาค้อฟ้าใสหมอกสวย ลีปันดารีสอร์ท ไล่เรียงไปตามเส้นทางสาย 2196 จนกระทั่งถึงสามแยกตลาดพัฒนา มีป้ายบอกทางไปน้ำตกศรีดิษฐ์ ลงไปตามถนนจะพบจุดชมทะเลหมอกอีกหลายรีสอร์ท เช่น The Sense  วิวทะเลหมอกเขาค้อ, บ้านไร่ระเบียงหมอก, แทนรักทะเลหมอก ฯลฯ

                                         

 

2. จุดชมวิวบนฐานอิทธิ เป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดในบนเขาค้อ สามารถมองเห็นทะเลหมอกในยามเช้าได้เหมือนกัน และในช่วงกลางวัน จะมองเห็นทัศนยภาพที่กว้างไกลสุดลูกตาจากความสูงที่ระดับ 1,174 เมตรจากระดับน้ำทะเล จุดชมวิวจุดนี้ ตั้งอยู่ส่วนในสุดของฐานอิทธิ ซึ่งใช้เป็นกองบัญชาการรบในสมรภูมิเขาค้อ เมื่อ 40 ปีก่อน ภายในยังมีบังเกอร์ หลุมพลาง ปรากฏอยู่ให้เห็น จุดชมวิวตรงอยู่ตั้งอยู่ด้านหลังอนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อนั่นเอง ด้านหน้ายังมีร้านค้า ขายสินค้าที่ระลึก ผัก ผลไม้ ในท้องถิ่น ไว้รอจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวด้วย

 

                        

 

3. จุดชมวิวบนพระตำหนักเขาค้อ ตั้ง อยู่ในบริเวณพระตำหนักเขาค้อ บนเขาย่า ซึ่งเป็นเขาลูกที่สูงที่สุดในกลุ่มเขาค้อ จุดชมวิวที่นี่จะสามารถมองเห็นเนินเขาลดหลั่นสลับกันไปมาสวยงาม และหากมีเรี่ยวแรงมากพอ แนะนำให้เดินเท้าไต่ขึ้นสู่จุดชมวิวของเขาย่า ด้วยระยะทางอีกประมาณ 700 เมตร จากบริเวณพระตำหนัก ซึ่งจะถึงฐานปฏิบัติการเขาย่า บนระดับความสูง 1,290 เมตรจากระดับน้ำทะเล ณ จุดนี้ สามารถมองเห็นทัศนียภาพโดยรอบของเขาค้อทั้งหมด เนื่องจากเป็นจุดที่สูงที่สุด

 

                        

 

4. จุดชมวิววัดกองเนียม ตั้งอยู่ใกล้กับหอสมุดนานาชาติ ติดกับทางขึ้นไปชมอนุสรณ์สถานเขาค้อ ริมเส้นทางสาย 2196 เป็นจุดที่สามารถมองเห็นทะเลหมอกในทางทิศตะวันออก พร้อมกับแสงสีส้มของอาทิตย์ ทะเลหมอกในจุดนี้เกิดค่อนข้างยากพอสมควร ต้องในวันที่มีอากาศเย็นจัดและไม่มีลมจริงๆ เท่านั้น แต่เมื่อเกิดทะเลหมอกแล้วก็จะสวยงามกว่าทุกๆ ที่เพราะเป็นทะเลหมอกท่ามกลางเนินเขาสลับซับซ้อน โดยมีต้นค้อสูงใหญ่เป็นฉากหน้า และฉาบทาด้วยแสงสีส้มของพระอาทิตย์ ส่วนฉากหลังก็เป็นดวงอาทิตย์สีส้มดวงใหญ่ ทะเลหมอกที่วัดกองเนียมพบได้บ่อยในช่วงปลายฝนต้นหนาว ในวันที่ไม่มีกระแสลม

 

                             

 

5. จุดชมวิวเขาตะเคียนโง๊ะ อยู่บริเวณหมู่ 2 ในต.หนองแม่นา อ.เขาค้อ บนถนนสาย 2258 จากพระตำหนักเขาค้อ มุ่งหน้าไปยังทุ่งแสลงหลวง ตรงนี้เป็นจุดชมวิวบนยอดเขาสูงของเส้นทาง ซึ่งสามารถมองเห็นวิวได้โดยรอบ 360 องศา ในยามทีมีทะเลหมอกจากบริเวณอ่างเก็บน้ำรัตนัยก็จะสามารถมองเห็นได้เพราะเป็นจุดเชื่อมโยงกัน และยังสามารถเห็นทะเลหมอกในบริเวณหุบเขาตะเคียนโง๊ะอีกฟากฝั่งหนึ่งด้วย ซึ่งเมื่อทะเลหมอกทั้ง 2 จุดล้นมาเจอกันก็จะกลายเป็นทะเลหมอกกว้างใหญ่ผืนเดียวกัน ที่สวยงามอลังการ

 

                             

 

6. จุดชมวิวผาซ่อนแก้ว เป็นอีกจุดหนึ่งที่มีวิวสวยงาม เพราะเป็นทิวเขาสลับซับซ้อนต่อเนื่องมาจากภูทับเบิก และภูหินร่องกล้า จุดสูงสุดของผาซ่อนแก้ว คือผาตั้วเพ่ง และผาตัด ซึ่งสูงกว่า 1,300 เมตรจากระดับน้ำทะเล แต่เข้าถึงยากเพราะต้องเดินทางด้วยรถขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น แต่ก็มีจุดชมวิวบริเวณเชิงเขาที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายๆ คือจุดชมวิวบริเวณวัดผาซ่อนแก้ว และจุดชมวิวบริเวณร้านกาแฟ PINO LATTE ที่เลยจากวัดผาซ่อนแก้วไปทางเชิงเขา ซึ่งสามารถมองย้อนกลับมายังวัดผาซ่อนแก้วในมุมมองที่สวยงาม นอกจากนี้ในฤดูฝน บริเวณผาซ่อนแก้วจะเต็มไปด้วยหมอกสีขาวลอยฟุ้ง ปริ่มอยู่ทั่วไป ถือว่าเป็นจุดที่สวยงามที่สุดในฤดูฝนของเขาค้อ

 

                          

 

7. จุดชมวิวระหว่างทาง เส้น ทางขึ้นเขาค้อ มี 2 เส้นทางหลัก คือ 1. เส้นทางสาย 2258 นางั่ว-สะเดาะพง ซึ่งจะเลี้ยวซ้ายหลังจากผ่านตัวจังหวัดเพชรบูรณ์มาประมาณ 13 กม. และ 2. เส้นทางสาย 12 พิษณุโลก-หล่มสัก ซึ่งเริ่มเข้าสู่เส้นทางนี้ เมื่อรถไปถึงแยกพ่อขุนผาเมือง แล้วเลี้ยวซ้ายสู่เขาค้อ
จุดชมวิวสำหรับเส้นทางสายนางั่ว-สะเดะพง (2258) อยู่บริเวณก่อนถึงแยกสะเดาะพง ประมาณ 3 กม. ซึ่งจัดเป็นจุดชมวิว สำหรับพักรถ และสำหรับซื้อสินค้าพื้นเมือง เป็นจุดแรกสำหรับการสูดอากาศเย็นๆ บนภูเขาสูงเข้าปอด ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังเขาค้อ- จุดชมวิวสำหรับเส้นทางสายพิษณุโลก-หล่มสัก(12) อยู่บริเวณกม.ที่ 108 ชื่อสวนรัชมังคลา เป็นจุดพักรถ และมีสินค้าพื้นเมืองจากชาวเขา ผักสด ผลไม้ กาแฟ และเสื้อผ้า เป็นที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยว บนจุดชมวิวจะเห็นหุบเขา บริเวณบ้านน้ำก้อ เบื้องหลังภูเขาสูงใหญ่เบื้องหน้าสลับกันไปมาสวยงาม

 

                               

 

ข้อมูลจาก : http://www.khaoko.com



ชื่อไฟล์ :

เดินป่าศึกษาธรรมชาติ

 

                       

ทุ่งโนนสน อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งโนนสน เป็นทุ่งโล่งที่มีดอกไม้นานาชนิด ถือว่าเป็นเพชรเม็ดงามของ อช.ทุ่งแสลงหลวง อยู่กลางทุ่งลึกต้องนั่งรถเป็นระยะทาง 16 กม. และเดินเท้าต่ออีกประมาณ 15 กม. เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชมเพียงปีละ 2 เดือน คือประมาณปลายเดือนตุลาคม ถึงเดือนธันวาคม ขณะที่บางปีก็ปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไป เนื่องจากที่นี่เป็นทุ่งดอกไม้ธรรมชาติ ที่งดงามที่สุดของเมืองไทย และมีสภาพที่ค่อนข้างเปราะบาง ควรอนุรักษ์เป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามการที่ได้ตั้งแคมป์ และ ชมทุ่งดอกไม้ที่ทุ่งโนนสน ถือเป็นสุดยอดแห่งการเดินป่าครั้งหนึ่งในชีวิตเลยทีเดียว

 

ทุ่งโนนสน มีลักษณะเป็นที่ราบบนยอดเขา เป็นลานทุ่งดอกไม้ บนลานหินทราย ท่ามกลางป่าสนที่งดงาม บนเนื้อที่ประมาณ 10 ตารางกิโลเมตร  มีดอกไม้ หลากสีผลัดกันเบ่งบานสะพรั่งในช่วงฤดูที่เปิดให้ท่องเที่ยว เช่น ดุสิตา เอื้องม้าวิ่ง เอื้องนวลจันทร์ ยี่โถ ปีนัง กระดุมเงิน ดอกจันทร์จรัส สาหร่ายข้าวเหนียว และต้นจอกปวาย ไม้กินแมลงที่มีกลไกการจับแมลง  นักท่องเที่ยวสามารถ เที่ยวชมทุ่งดอกไม้ ทุ่งหญ้า ป่าสน ทุ่งดอกกระดุมเงินสีขาว ทุ่งดอกกุงสีเหลือง เที่ยวชมดอกไม้ป่า นานาชนิด

 

      

ป่าบางระจัน

เส้นทางเดินป่า ใหม่ล่าสุด ที่น้อยคนจะรู้จัก ทำให้ที่นี่คงความสมบูรณ์ของป่าแท้ๆ จากธรรมชาติเต็ม 100% เส้นทางเดิน ผ่านป่าที่หลากหลาย ทั้งป่าไม้ดิบชื้น ป่าสน ป่าหญ้า ป่าเฟิร์น สิ้นสุดเส้นทางที่น้ำตกจากแหล่งต้นน้ำ ลำน้ำเข็กที่น้อยคนจะได้ไปถึง ขากลับนั่งเรือล่องแก่งบางระจัน ตื่นตากับธรรมชาติสีเขียวริมลำธาร

เส้นทางป่าบางระจัน มีระยะทางประมาณ 6 กม.จัดขึ้นโดยชาวบ้านที่รวมตัวกันเป็น กลุ่มชุมชนคนรักป่าหนองแม่นา-ทานตะวันร่วมกับเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จัดกิจกกรมท่องเที่ยวให้ กับนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าไปสัมผัสธรรมชาติ ในป่าแห่งทุ่งแสลงหลวง เริ่มต้นจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง(หนองแม่นา)

ข้อมูลจาก : http://www.khaoko.co

 

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

เดินป่าศึกษาธรรมชาติ

 

                       

ทุ่งโนนสน อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งโนนสน เป็นทุ่งโล่งที่มีดอกไม้นานาชนิด ถือว่าเป็นเพชรเม็ดงามของ อช.ทุ่งแสลงหลวง อยู่กลางทุ่งลึกต้องนั่งรถเป็นระยะทาง 16 กม. และเดินเท้าต่ออีกประมาณ 15 กม. เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชมเพียงปีละ 2 เดือน คือประมาณปลายเดือนตุลาคม ถึงเดือนธันวาคม ขณะที่บางปีก็ปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไป เนื่องจากที่นี่เป็นทุ่งดอกไม้ธรรมชาติ ที่งดงามที่สุดของเมืองไทย และมีสภาพที่ค่อนข้างเปราะบาง ควรอนุรักษ์เป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามการที่ได้ตั้งแคมป์ และ ชมทุ่งดอกไม้ที่ทุ่งโนนสน ถือเป็นสุดยอดแห่งการเดินป่าครั้งหนึ่งในชีวิตเลยทีเดียว

 

ทุ่งโนนสน มีลักษณะเป็นที่ราบบนยอดเขา เป็นลานทุ่งดอกไม้ บนลานหินทราย ท่ามกลางป่าสนที่งดงาม บนเนื้อที่ประมาณ 10 ตารางกิโลเมตร  มีดอกไม้ หลากสีผลัดกันเบ่งบานสะพรั่งในช่วงฤดูที่เปิดให้ท่องเที่ยว เช่น ดุสิตา เอื้องม้าวิ่ง เอื้องนวลจันทร์ ยี่โถ ปีนัง กระดุมเงิน ดอกจันทร์จรัส สาหร่ายข้าวเหนียว และต้นจอกปวาย ไม้กินแมลงที่มีกลไกการจับแมลง  นักท่องเที่ยวสามารถ เที่ยวชมทุ่งดอกไม้ ทุ่งหญ้า ป่าสน ทุ่งดอกกระดุมเงินสีขาว ทุ่งดอกกุงสีเหลือง เที่ยวชมดอกไม้ป่า นานาชนิด

 

      

ป่าบางระจัน

เส้นทางเดินป่า ใหม่ล่าสุด ที่น้อยคนจะรู้จัก ทำให้ที่นี่คงความสมบูรณ์ของป่าแท้ๆ จากธรรมชาติเต็ม 100% เส้นทางเดิน ผ่านป่าที่หลากหลาย ทั้งป่าไม้ดิบชื้น ป่าสน ป่าหญ้า ป่าเฟิร์น สิ้นสุดเส้นทางที่น้ำตกจากแหล่งต้นน้ำ ลำน้ำเข็กที่น้อยคนจะได้ไปถึง ขากลับนั่งเรือล่องแก่งบางระจัน ตื่นตากับธรรมชาติสีเขียวริมลำธาร

เส้นทางป่าบางระจัน มีระยะทางประมาณ 6 กม.จัดขึ้นโดยชาวบ้านที่รวมตัวกันเป็น กลุ่มชุมชนคนรักป่าหนองแม่นา-ทานตะวันร่วมกับเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จัดกิจกกรมท่องเที่ยวให้ กับนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าไปสัมผัสธรรมชาติ ในป่าแห่งทุ่งแสลงหลวง เริ่มต้นจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง(หนองแม่นา)

ข้อมูลจาก : http://www.khaoko.co

 

../add_file/

เดินป่าศึกษาธรรมชาติ

 

                       

ทุ่งโนนสน อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งโนนสน เป็นทุ่งโล่งที่มีดอกไม้นานาชนิด ถือว่าเป็นเพชรเม็ดงามของ อช.ทุ่งแสลงหลวง อยู่กลางทุ่งลึกต้องนั่งรถเป็นระยะทาง 16 กม. และเดินเท้าต่ออีกประมาณ 15 กม. เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชมเพียงปีละ 2 เดือน คือประมาณปลายเดือนตุลาคม ถึงเดือนธันวาคม ขณะที่บางปีก็ปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไป เนื่องจากที่นี่เป็นทุ่งดอกไม้ธรรมชาติ ที่งดงามที่สุดของเมืองไทย และมีสภาพที่ค่อนข้างเปราะบาง ควรอนุรักษ์เป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามการที่ได้ตั้งแคมป์ และ ชมทุ่งดอกไม้ที่ทุ่งโนนสน ถือเป็นสุดยอดแห่งการเดินป่าครั้งหนึ่งในชีวิตเลยทีเดียว

 

ทุ่งโนนสน มีลักษณะเป็นที่ราบบนยอดเขา เป็นลานทุ่งดอกไม้ บนลานหินทราย ท่ามกลางป่าสนที่งดงาม บนเนื้อที่ประมาณ 10 ตารางกิโลเมตร  มีดอกไม้ หลากสีผลัดกันเบ่งบานสะพรั่งในช่วงฤดูที่เปิดให้ท่องเที่ยว เช่น ดุสิตา เอื้องม้าวิ่ง เอื้องนวลจันทร์ ยี่โถ ปีนัง กระดุมเงิน ดอกจันทร์จรัส สาหร่ายข้าวเหนียว และต้นจอกปวาย ไม้กินแมลงที่มีกลไกการจับแมลง  นักท่องเที่ยวสามารถ เที่ยวชมทุ่งดอกไม้ ทุ่งหญ้า ป่าสน ทุ่งดอกกระดุมเงินสีขาว ทุ่งดอกกุงสีเหลือง เที่ยวชมดอกไม้ป่า นานาชนิด

 

      

ป่าบางระจัน

เส้นทางเดินป่า ใหม่ล่าสุด ที่น้อยคนจะรู้จัก ทำให้ที่นี่คงความสมบูรณ์ของป่าแท้ๆ จากธรรมชาติเต็ม 100% เส้นทางเดิน ผ่านป่าที่หลากหลาย ทั้งป่าไม้ดิบชื้น ป่าสน ป่าหญ้า ป่าเฟิร์น สิ้นสุดเส้นทางที่น้ำตกจากแหล่งต้นน้ำ ลำน้ำเข็กที่น้อยคนจะได้ไปถึง ขากลับนั่งเรือล่องแก่งบางระจัน ตื่นตากับธรรมชาติสีเขียวริมลำธาร

เส้นทางป่าบางระจัน มีระยะทางประมาณ 6 กม.จัดขึ้นโดยชาวบ้านที่รวมตัวกันเป็น กลุ่มชุมชนคนรักป่าหนองแม่นา-ทานตะวันร่วมกับเจ้าหน้าที่ของอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จัดกิจกกรมท่องเที่ยวให้ กับนักท่องเที่ยวที่สนใจเข้าไปสัมผัสธรรมชาติ ในป่าแห่งทุ่งแสลงหลวง เริ่มต้นจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง(หนองแม่นา)

ข้อมูลจาก : http://www.khaoko.co

 



ชื่อไฟล์ :

แวะเที่ยวน้ำตก

               

น้ำตกศรีดิษฐ์

ส่วนหนึ่งจากสายธารของลำน้ำเข็ก ที่มีต้นกำเนิดจากเขาค้อ สายน้ำที่ไหลนำความฉุ่มชื่นร่มเย็น แผ่ไปทั่วบริเวณ ลักษณะเป็นน้ำตกหินปูน หน้าตัด มีน้ำไหลตลอดทั้งปี ท่ามกลางร่มไม้ใหญ่ร่มครึ้ม ที่นี่ยังมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ จากเคยใช้เป็นที่พำนักหลัก ของผู้ก่อการร้ายความมิวนิสต์ เพื่ออาศัยความสมบูรณ์ของลำน้ำ ในการดำรงชีวิต กลางป่าลึก ซึ่งยังปรากฎหลักฐาน เครื่องใช้ เครื่องทุ่นแรง หลายอย่าง

น้ำตกศรีดิษฐ์ เป็นน้ำตกที่นักท่องเที่ยวที่ไปเยือนเขาค้อ ต้องมาเที่ยวชม เป็นเส้นทางต่อเนื่องกับการเที่ยวชมทัศนียภาพในกลุ่มแหล่งท่องเที่ยวเขาค้อ โดยการเดินทางใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2196 จากแยกแค้มป์สนไปประมาณ 18 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2325 อีกประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่งเส้นทางนี้ ยังผ่านอ่างเก็บน้ำรัตนัย สวนสัตว์เปิดเขาค้อ และสามารถตรงไปสุดปลายทางที่ทุ่งแสลงหลวง หนองแม่นา

 

ตัวน้ำตกศรีดิษฐ์เป็นหินชั้นขนาดใหญ่ มีน้ำตกตลอดทั้งปี  นักท่องเที่ยวสามารถพักผ่อน รับประทานอาหารจากร้านอาหารหลายร้าน ลงเล่นน้ำ และซื้อของที่ระลึกของชาวเขาเป็นของฝากจากเขาค้อ เดิมที่นี่เคยเป็นที่อยู่ ของกลุ่ม ผกค. ซึ่งยังปรากฎหลักฐาน และสิ่งของเครื่องใช้หลายอย่างของกลุ่ม ผกค.ในบริเวณน้ำตก เช่นครกตำข้าวที่ ผกค. สร้างขึ้นโดยใช้พลังน้ำตกช่วยเคลื่อนกังหันตำข้าว เป็นต้น

 

                               

น้ำตกแก่งโสภา

แก่งโสภา เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บริเวณริมทางหลวงหมายเลข 12 พิษณุโลก-หล่มสัก บริเวณหลักกม. ที่ 71-72 ห่างจากแยกแคมป์สน ประมาณ 28 กม. ในอ.นครไทย พื้นที่ติดต่อกับ อ.เขาค้อ และเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ตัวน้ำตกห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 2 กม. มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่างบริเวณน้ำตก ลานจอดรถ ร้านอาหาร ห้องสุขา

เป็น น้ำตกขนาดใหญ่ ในลำน้ำเข็ก มีความสูงราว 41 เมตร สภาพโดยรอบร่มรื่น ตอนบนเป็นแผ่นหินเรียบ ส่วนตอนล่างเป็นโขดหินใหญ่ ในช่วงฤดูน้ำหลากสายน้ำจะไหลเชี่ยวกราก ส่วนในช่วงที่น้ำน้อยจะแลเห็นน้ำตกไหลลดหลั่นเป็นชั้นต่าง ๆ 3 ชั้น

 

                

 

ข้อมูลจาก : http://www.khaoko.com

 

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

แวะเที่ยวน้ำตก

               

น้ำตกศรีดิษฐ์

ส่วนหนึ่งจากสายธารของลำน้ำเข็ก ที่มีต้นกำเนิดจากเขาค้อ สายน้ำที่ไหลนำความฉุ่มชื่นร่มเย็น แผ่ไปทั่วบริเวณ ลักษณะเป็นน้ำตกหินปูน หน้าตัด มีน้ำไหลตลอดทั้งปี ท่ามกลางร่มไม้ใหญ่ร่มครึ้ม ที่นี่ยังมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ จากเคยใช้เป็นที่พำนักหลัก ของผู้ก่อการร้ายความมิวนิสต์ เพื่ออาศัยความสมบูรณ์ของลำน้ำ ในการดำรงชีวิต กลางป่าลึก ซึ่งยังปรากฎหลักฐาน เครื่องใช้ เครื่องทุ่นแรง หลายอย่าง

น้ำตกศรีดิษฐ์ เป็นน้ำตกที่นักท่องเที่ยวที่ไปเยือนเขาค้อ ต้องมาเที่ยวชม เป็นเส้นทางต่อเนื่องกับการเที่ยวชมทัศนียภาพในกลุ่มแหล่งท่องเที่ยวเขาค้อ โดยการเดินทางใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2196 จากแยกแค้มป์สนไปประมาณ 18 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2325 อีกประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่งเส้นทางนี้ ยังผ่านอ่างเก็บน้ำรัตนัย สวนสัตว์เปิดเขาค้อ และสามารถตรงไปสุดปลายทางที่ทุ่งแสลงหลวง หนองแม่นา

 

ตัวน้ำตกศรีดิษฐ์เป็นหินชั้นขนาดใหญ่ มีน้ำตกตลอดทั้งปี  นักท่องเที่ยวสามารถพักผ่อน รับประทานอาหารจากร้านอาหารหลายร้าน ลงเล่นน้ำ และซื้อของที่ระลึกของชาวเขาเป็นของฝากจากเขาค้อ เดิมที่นี่เคยเป็นที่อยู่ ของกลุ่ม ผกค. ซึ่งยังปรากฎหลักฐาน และสิ่งของเครื่องใช้หลายอย่างของกลุ่ม ผกค.ในบริเวณน้ำตก เช่นครกตำข้าวที่ ผกค. สร้างขึ้นโดยใช้พลังน้ำตกช่วยเคลื่อนกังหันตำข้าว เป็นต้น

 

                               

น้ำตกแก่งโสภา

แก่งโสภา เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บริเวณริมทางหลวงหมายเลข 12 พิษณุโลก-หล่มสัก บริเวณหลักกม. ที่ 71-72 ห่างจากแยกแคมป์สน ประมาณ 28 กม. ในอ.นครไทย พื้นที่ติดต่อกับ อ.เขาค้อ และเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ตัวน้ำตกห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 2 กม. มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่างบริเวณน้ำตก ลานจอดรถ ร้านอาหาร ห้องสุขา

เป็น น้ำตกขนาดใหญ่ ในลำน้ำเข็ก มีความสูงราว 41 เมตร สภาพโดยรอบร่มรื่น ตอนบนเป็นแผ่นหินเรียบ ส่วนตอนล่างเป็นโขดหินใหญ่ ในช่วงฤดูน้ำหลากสายน้ำจะไหลเชี่ยวกราก ส่วนในช่วงที่น้ำน้อยจะแลเห็นน้ำตกไหลลดหลั่นเป็นชั้นต่าง ๆ 3 ชั้น

 

                

 

ข้อมูลจาก : http://www.khaoko.com

 

../add_file/

แวะเที่ยวน้ำตก

               

น้ำตกศรีดิษฐ์

ส่วนหนึ่งจากสายธารของลำน้ำเข็ก ที่มีต้นกำเนิดจากเขาค้อ สายน้ำที่ไหลนำความฉุ่มชื่นร่มเย็น แผ่ไปทั่วบริเวณ ลักษณะเป็นน้ำตกหินปูน หน้าตัด มีน้ำไหลตลอดทั้งปี ท่ามกลางร่มไม้ใหญ่ร่มครึ้ม ที่นี่ยังมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ จากเคยใช้เป็นที่พำนักหลัก ของผู้ก่อการร้ายความมิวนิสต์ เพื่ออาศัยความสมบูรณ์ของลำน้ำ ในการดำรงชีวิต กลางป่าลึก ซึ่งยังปรากฎหลักฐาน เครื่องใช้ เครื่องทุ่นแรง หลายอย่าง

น้ำตกศรีดิษฐ์ เป็นน้ำตกที่นักท่องเที่ยวที่ไปเยือนเขาค้อ ต้องมาเที่ยวชม เป็นเส้นทางต่อเนื่องกับการเที่ยวชมทัศนียภาพในกลุ่มแหล่งท่องเที่ยวเขาค้อ โดยการเดินทางใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2196 จากแยกแค้มป์สนไปประมาณ 18 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2325 อีกประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่งเส้นทางนี้ ยังผ่านอ่างเก็บน้ำรัตนัย สวนสัตว์เปิดเขาค้อ และสามารถตรงไปสุดปลายทางที่ทุ่งแสลงหลวง หนองแม่นา

 

ตัวน้ำตกศรีดิษฐ์เป็นหินชั้นขนาดใหญ่ มีน้ำตกตลอดทั้งปี  นักท่องเที่ยวสามารถพักผ่อน รับประทานอาหารจากร้านอาหารหลายร้าน ลงเล่นน้ำ และซื้อของที่ระลึกของชาวเขาเป็นของฝากจากเขาค้อ เดิมที่นี่เคยเป็นที่อยู่ ของกลุ่ม ผกค. ซึ่งยังปรากฎหลักฐาน และสิ่งของเครื่องใช้หลายอย่างของกลุ่ม ผกค.ในบริเวณน้ำตก เช่นครกตำข้าวที่ ผกค. สร้างขึ้นโดยใช้พลังน้ำตกช่วยเคลื่อนกังหันตำข้าว เป็นต้น

 

                               

น้ำตกแก่งโสภา

แก่งโสภา เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บริเวณริมทางหลวงหมายเลข 12 พิษณุโลก-หล่มสัก บริเวณหลักกม. ที่ 71-72 ห่างจากแยกแคมป์สน ประมาณ 28 กม. ในอ.นครไทย พื้นที่ติดต่อกับ อ.เขาค้อ และเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ตัวน้ำตกห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 2 กม. มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่างบริเวณน้ำตก ลานจอดรถ ร้านอาหาร ห้องสุขา

เป็น น้ำตกขนาดใหญ่ ในลำน้ำเข็ก มีความสูงราว 41 เมตร สภาพโดยรอบร่มรื่น ตอนบนเป็นแผ่นหินเรียบ ส่วนตอนล่างเป็นโขดหินใหญ่ ในช่วงฤดูน้ำหลากสายน้ำจะไหลเชี่ยวกราก ส่วนในช่วงที่น้ำน้อยจะแลเห็นน้ำตกไหลลดหลั่นเป็นชั้นต่าง ๆ 3 ชั้น

 

                

 

ข้อมูลจาก : http://www.khaoko.com

 



ชื่อไฟล์ :

แวะเวียนไหว้พระ

            

วัดพระธาตุผาแก้ว หรือ วัดผาซ่อนแก้ว ตั้งอยู่บนยอดเนินเขาลูกหนึ่ง บนเชิงหน้าผาของภูเขาที่มีชื่อว่า ผาซ่อนแก้ว”  ที่มีภูมิทัศน์สวยงาม เงียบสงบ และโดดเด่นมากที่สุดบนถนนสาย 12 พิษณุโลก-หล่มสัก ความโดดเด่นสวยงามนี้ยังถูกเสริมเติมแต่งให้วิจิตรงดงามมากขึ้น ด้วยองค์พระเจดีย์สูงสง่า ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายใน

เดิมชื่อ พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว เป็นสำนักปฎิบัติธรรมที่งดงาม ทั้งด้านสถาปัตยกรรม ทำเลที่ตั้ง และความสงบสุขที่สามารถค้นพบได้ภายใน ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว จึงไม่แนะนำให้นักท่องเที่ยว เข้ามารบกวนการปฏิบัติธรรม และการเจริญสติปัฏฐาน ๔ ของพระสงฆ์และญาติโยมที่ เข้ามาร่วมปฏิบัติธรรม แต่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ แสวงหาความสงบ ความงามแห่งธรรม และร่วมทำบุญกับสำนักสงฆ์ เพื่อร่วมก่อสร้างเจดีย์พระธาตุผาซ่อนแก้ว สิริราชย์ธรรมนฤมิตร

สิ่งที่โดดเด่นมากที่สุด ในวัดพระธาตุผาแก้ว คือการใช้ศิลปะ ทางโลก มาเป็นแรงบันดาลใจในการก่อสร้างสถาปัตยกรรมทางธรรม ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามโดดเด่นของเขาค้อ โดยเฉพาะองค์เจดีย์พระธาตุผาซ่อนแก้ว สิริราชย์ธรรมนฤมิตร ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนสันเขา นอกจากนี้ยังมีการก่อสร้างพระอุโบสถ เป็นรูปพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ ขนาดสูงใหญ่เคียงข้างกับองค์เจดีย์ และมีบ้านพักปฏิบัติธรรมสำหรับผู้มีจิตศรัทธา ปลูกสร้างไว้เรียงราย สวยงาม รอบๆ อาณาบริเวณวัด

   

ประวัติความเป็นมา
พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว ตั้งอยู่ ณ บริเวณเนินเขาในหมู่บ้านทางแดง ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งได้เริ่มก่อสร้างในราวปลายปี ๒๕๔๗ โดย คุณภาวิณี โชติกุล และ คุณอุไร โชติกุล ได้มีจิตศรัทธาซื้อที่ดินถวาย เพื่อก่อสร้างเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมแก่พระสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนทั่วไป

สถานที่อันเป็นธรรมภูมิที่งดงาม ซึ่งเรียกว่าผาซ่อนแก้วนี้ มีธรรมชาติเป็นภูเขาที่สูงใหญ่ ซ้อนกันเป็นทิวเขาเรียงรายโอบรอบบริเวณศาลาปฏิบัติธรรม และบนยอดเขาสูงตระหง่านนั้น มีถ้ำอยู่บนปลายยอดเขา ซึ่งมีชาวบ้านทางแดงหลายคน ได้เห็นลูกแก้วลอยเหนือฟากฟ้า และลับหายเข้าไปในถ้ำบนยอดผา ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุเสด็จมา และต่างถือว่าเป็นสถานที่มงคล มีความศักดิ์สิทธิ์และเรียกตามๆ กันว่า ผาซ่อนแก้วและพุทธสถานที่มาตั้งในจุดที่โอบล้อมด้วยทิวเขาดังกล่าว จึงเรียกว่า พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้วเพื่อเป็นนิมิตมงคลแก่ชาวบ้านทางแดง และผู้มาปฏิบัติธรรมสืบไป 

                      

วัตถุประสงค์การสร้าง
เพื่อเป็นที่สอนปฏิบัติการเจริญสติปัฏฐาน ๔ ซึ่งเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่ทรงชี้ว่าเป็นทางสายเอกที่นำไปสู่ความบริสุทธิ์ของกายและใจ ความดับทุกข์ การเข้าถึงมรรคและพระนิพพาน

พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว เป็นที่วิเวกสงบโอบล้อมด้วยธรรมชาติที่งดงาม ซึ่งความเบิกบานของธรรมชาติ เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดสมาธิ เรียกว่าความสุขเป็นเหตุใกล้ให้เกิดสมาธิ สมาธิเป็นเหตุใกล้ให้เกิดปัญญา ซึ่งศาสนาพุทธล้วนเป็นกระบวนการของเหตุปัจจัย ดังนั้น สถานที่แห่งนี้จึงสร้างให้เหมาะกับเหตุปัจจัย ที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่จะช่วยน้อมนำมาสู่ธรรมชาติภายในของตัวเอง
หลักคำสอนของการปฏิบัติธรรม

สติปัฏฐาน ๔ เป็นหัวใจและวัตถุประสงค์หลัก ของการสอนปฏิบัติธรรม ที่พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว โดยเน้นความเรียบง่ายเป็นหลัก เพื่อรู้จักฐานที่ตั้งของสติ ตั้งแต่กาย ซึ่งเรียกว่ารูปธรรม และ นามธรรม ตั้งแต่ อารมณ์ จิตใจ ซึ่งอยู่กับเราตลอดเวลา ดังนั้น คำสอนหลักของการปฏิบัติธรรม ที่พุทธธรรมสถานฯ เน้นเพื่อให้รู้จักหลักของการเจริญสติปัฏฐาน ๔ เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

 

   

 

   

 

   

 

 

ข้อมูลจาก : http://www.khaoko.com

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

แวะเวียนไหว้พระ

            

วัดพระธาตุผาแก้ว หรือ วัดผาซ่อนแก้ว ตั้งอยู่บนยอดเนินเขาลูกหนึ่ง บนเชิงหน้าผาของภูเขาที่มีชื่อว่า ผาซ่อนแก้ว”  ที่มีภูมิทัศน์สวยงาม เงียบสงบ และโดดเด่นมากที่สุดบนถนนสาย 12 พิษณุโลก-หล่มสัก ความโดดเด่นสวยงามนี้ยังถูกเสริมเติมแต่งให้วิจิตรงดงามมากขึ้น ด้วยองค์พระเจดีย์สูงสง่า ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายใน

เดิมชื่อ พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว เป็นสำนักปฎิบัติธรรมที่งดงาม ทั้งด้านสถาปัตยกรรม ทำเลที่ตั้ง และความสงบสุขที่สามารถค้นพบได้ภายใน ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว จึงไม่แนะนำให้นักท่องเที่ยว เข้ามารบกวนการปฏิบัติธรรม และการเจริญสติปัฏฐาน ๔ ของพระสงฆ์และญาติโยมที่ เข้ามาร่วมปฏิบัติธรรม แต่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ แสวงหาความสงบ ความงามแห่งธรรม และร่วมทำบุญกับสำนักสงฆ์ เพื่อร่วมก่อสร้างเจดีย์พระธาตุผาซ่อนแก้ว สิริราชย์ธรรมนฤมิตร

สิ่งที่โดดเด่นมากที่สุด ในวัดพระธาตุผาแก้ว คือการใช้ศิลปะ ทางโลก มาเป็นแรงบันดาลใจในการก่อสร้างสถาปัตยกรรมทางธรรม ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามโดดเด่นของเขาค้อ โดยเฉพาะองค์เจดีย์พระธาตุผาซ่อนแก้ว สิริราชย์ธรรมนฤมิตร ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนสันเขา นอกจากนี้ยังมีการก่อสร้างพระอุโบสถ เป็นรูปพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ ขนาดสูงใหญ่เคียงข้างกับองค์เจดีย์ และมีบ้านพักปฏิบัติธรรมสำหรับผู้มีจิตศรัทธา ปลูกสร้างไว้เรียงราย สวยงาม รอบๆ อาณาบริเวณวัด

   

ประวัติความเป็นมา
พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว ตั้งอยู่ ณ บริเวณเนินเขาในหมู่บ้านทางแดง ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งได้เริ่มก่อสร้างในราวปลายปี ๒๕๔๗ โดย คุณภาวิณี โชติกุล และ คุณอุไร โชติกุล ได้มีจิตศรัทธาซื้อที่ดินถวาย เพื่อก่อสร้างเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมแก่พระสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนทั่วไป

สถานที่อันเป็นธรรมภูมิที่งดงาม ซึ่งเรียกว่าผาซ่อนแก้วนี้ มีธรรมชาติเป็นภูเขาที่สูงใหญ่ ซ้อนกันเป็นทิวเขาเรียงรายโอบรอบบริเวณศาลาปฏิบัติธรรม และบนยอดเขาสูงตระหง่านนั้น มีถ้ำอยู่บนปลายยอดเขา ซึ่งมีชาวบ้านทางแดงหลายคน ได้เห็นลูกแก้วลอยเหนือฟากฟ้า และลับหายเข้าไปในถ้ำบนยอดผา ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุเสด็จมา และต่างถือว่าเป็นสถานที่มงคล มีความศักดิ์สิทธิ์และเรียกตามๆ กันว่า ผาซ่อนแก้วและพุทธสถานที่มาตั้งในจุดที่โอบล้อมด้วยทิวเขาดังกล่าว จึงเรียกว่า พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้วเพื่อเป็นนิมิตมงคลแก่ชาวบ้านทางแดง และผู้มาปฏิบัติธรรมสืบไป 

                      

วัตถุประสงค์การสร้าง
เพื่อเป็นที่สอนปฏิบัติการเจริญสติปัฏฐาน ๔ ซึ่งเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่ทรงชี้ว่าเป็นทางสายเอกที่นำไปสู่ความบริสุทธิ์ของกายและใจ ความดับทุกข์ การเข้าถึงมรรคและพระนิพพาน

พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว เป็นที่วิเวกสงบโอบล้อมด้วยธรรมชาติที่งดงาม ซึ่งความเบิกบานของธรรมชาติ เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดสมาธิ เรียกว่าความสุขเป็นเหตุใกล้ให้เกิดสมาธิ สมาธิเป็นเหตุใกล้ให้เกิดปัญญา ซึ่งศาสนาพุทธล้วนเป็นกระบวนการของเหตุปัจจัย ดังนั้น สถานที่แห่งนี้จึงสร้างให้เหมาะกับเหตุปัจจัย ที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่จะช่วยน้อมนำมาสู่ธรรมชาติภายในของตัวเอง
หลักคำสอนของการปฏิบัติธรรม

สติปัฏฐาน ๔ เป็นหัวใจและวัตถุประสงค์หลัก ของการสอนปฏิบัติธรรม ที่พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว โดยเน้นความเรียบง่ายเป็นหลัก เพื่อรู้จักฐานที่ตั้งของสติ ตั้งแต่กาย ซึ่งเรียกว่ารูปธรรม และ นามธรรม ตั้งแต่ อารมณ์ จิตใจ ซึ่งอยู่กับเราตลอดเวลา ดังนั้น คำสอนหลักของการปฏิบัติธรรม ที่พุทธธรรมสถานฯ เน้นเพื่อให้รู้จักหลักของการเจริญสติปัฏฐาน ๔ เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

 

   

 

   

 

   

 

 

ข้อมูลจาก : http://www.khaoko.com

../add_file/

แวะเวียนไหว้พระ

            

วัดพระธาตุผาแก้ว หรือ วัดผาซ่อนแก้ว ตั้งอยู่บนยอดเนินเขาลูกหนึ่ง บนเชิงหน้าผาของภูเขาที่มีชื่อว่า ผาซ่อนแก้ว”  ที่มีภูมิทัศน์สวยงาม เงียบสงบ และโดดเด่นมากที่สุดบนถนนสาย 12 พิษณุโลก-หล่มสัก ความโดดเด่นสวยงามนี้ยังถูกเสริมเติมแต่งให้วิจิตรงดงามมากขึ้น ด้วยองค์พระเจดีย์สูงสง่า ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายใน

เดิมชื่อ พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว เป็นสำนักปฎิบัติธรรมที่งดงาม ทั้งด้านสถาปัตยกรรม ทำเลที่ตั้ง และความสงบสุขที่สามารถค้นพบได้ภายใน ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว จึงไม่แนะนำให้นักท่องเที่ยว เข้ามารบกวนการปฏิบัติธรรม และการเจริญสติปัฏฐาน ๔ ของพระสงฆ์และญาติโยมที่ เข้ามาร่วมปฏิบัติธรรม แต่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ แสวงหาความสงบ ความงามแห่งธรรม และร่วมทำบุญกับสำนักสงฆ์ เพื่อร่วมก่อสร้างเจดีย์พระธาตุผาซ่อนแก้ว สิริราชย์ธรรมนฤมิตร

สิ่งที่โดดเด่นมากที่สุด ในวัดพระธาตุผาแก้ว คือการใช้ศิลปะ ทางโลก มาเป็นแรงบันดาลใจในการก่อสร้างสถาปัตยกรรมทางธรรม ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามโดดเด่นของเขาค้อ โดยเฉพาะองค์เจดีย์พระธาตุผาซ่อนแก้ว สิริราชย์ธรรมนฤมิตร ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนสันเขา นอกจากนี้ยังมีการก่อสร้างพระอุโบสถ เป็นรูปพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ ขนาดสูงใหญ่เคียงข้างกับองค์เจดีย์ และมีบ้านพักปฏิบัติธรรมสำหรับผู้มีจิตศรัทธา ปลูกสร้างไว้เรียงราย สวยงาม รอบๆ อาณาบริเวณวัด

   

ประวัติความเป็นมา
พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว ตั้งอยู่ ณ บริเวณเนินเขาในหมู่บ้านทางแดง ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งได้เริ่มก่อสร้างในราวปลายปี ๒๕๔๗ โดย คุณภาวิณี โชติกุล และ คุณอุไร โชติกุล ได้มีจิตศรัทธาซื้อที่ดินถวาย เพื่อก่อสร้างเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมแก่พระสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนทั่วไป

สถานที่อันเป็นธรรมภูมิที่งดงาม ซึ่งเรียกว่าผาซ่อนแก้วนี้ มีธรรมชาติเป็นภูเขาที่สูงใหญ่ ซ้อนกันเป็นทิวเขาเรียงรายโอบรอบบริเวณศาลาปฏิบัติธรรม และบนยอดเขาสูงตระหง่านนั้น มีถ้ำอยู่บนปลายยอดเขา ซึ่งมีชาวบ้านทางแดงหลายคน ได้เห็นลูกแก้วลอยเหนือฟากฟ้า และลับหายเข้าไปในถ้ำบนยอดผา ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุเสด็จมา และต่างถือว่าเป็นสถานที่มงคล มีความศักดิ์สิทธิ์และเรียกตามๆ กันว่า ผาซ่อนแก้วและพุทธสถานที่มาตั้งในจุดที่โอบล้อมด้วยทิวเขาดังกล่าว จึงเรียกว่า พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้วเพื่อเป็นนิมิตมงคลแก่ชาวบ้านทางแดง และผู้มาปฏิบัติธรรมสืบไป 

                      

วัตถุประสงค์การสร้าง
เพื่อเป็นที่สอนปฏิบัติการเจริญสติปัฏฐาน ๔ ซึ่งเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า ที่ทรงชี้ว่าเป็นทางสายเอกที่นำไปสู่ความบริสุทธิ์ของกายและใจ ความดับทุกข์ การเข้าถึงมรรคและพระนิพพาน

พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว เป็นที่วิเวกสงบโอบล้อมด้วยธรรมชาติที่งดงาม ซึ่งความเบิกบานของธรรมชาติ เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดสมาธิ เรียกว่าความสุขเป็นเหตุใกล้ให้เกิดสมาธิ สมาธิเป็นเหตุใกล้ให้เกิดปัญญา ซึ่งศาสนาพุทธล้วนเป็นกระบวนการของเหตุปัจจัย ดังนั้น สถานที่แห่งนี้จึงสร้างให้เหมาะกับเหตุปัจจัย ที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่จะช่วยน้อมนำมาสู่ธรรมชาติภายในของตัวเอง
หลักคำสอนของการปฏิบัติธรรม

สติปัฏฐาน ๔ เป็นหัวใจและวัตถุประสงค์หลัก ของการสอนปฏิบัติธรรม ที่พุทธธรรมสถานผาซ่อนแก้ว โดยเน้นความเรียบง่ายเป็นหลัก เพื่อรู้จักฐานที่ตั้งของสติ ตั้งแต่กาย ซึ่งเรียกว่ารูปธรรม และ นามธรรม ตั้งแต่ อารมณ์ จิตใจ ซึ่งอยู่กับเราตลอดเวลา ดังนั้น คำสอนหลักของการปฏิบัติธรรม ที่พุทธธรรมสถานฯ เน้นเพื่อให้รู้จักหลักของการเจริญสติปัฏฐาน ๔ เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข

 

   

 

   

 

   

 

 

ข้อมูลจาก : http://www.khaoko.com



ชื่อไฟล์ :

เส้นทางขี่จักรยาน

 

                            

เส้นทางทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง มีเส้นทางผจญภัยที่สนุกสนาน ทั้งปีนเขา ลงทางดิ่ง และผ่านสภาพป่าหลายหลาก ว่ากันว่าการขี่จักรยานที่นี่เป็นสุดยอดทริป ที่นักปั่นใฝ่ฝัน เพราะธรรมชาติสวยงามตลอดเส้นทาง และบรรยากาศแคมป์ปิ้งที่สุดยอด

เส้นทางขี่จักรยานที่อุทยานแห่งชาติ ทุ่งแสลงหลวง ถูกจัดให้เป็นเส้นทางขี่จักรยานที่ดีที่สุดสายหนึ่งของการท่องเที่ยวใน ประเทศไทย และได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน UNSEEN THAILAND เมื่อปี 2547 เพราะเป็นเส้นทางที่มีครบรสชาติ ทั้งทุ่งหญ้า ป่าสน เนินเขา จนถึง ลำธาร ระหว่างทางจะได้ชมกับไม้นานาพันธุ์ โดยเฉพาะดอกไม้ป่าเล็กๆ ริมทาง และหากได้เริ่มปั่นกันแต่เช้าแล้ว จะเป็นการขี่จักรยานกันในสายหมอกทีเดียว

ทุ่งแสลงหลวง มีเส้นทางขี่จักรยานอยู่ 2 เส้นทางหลัก คือเส้นอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง-ทุ่งนางพญา ระยะทางประมาณ 10 กม. และเส้นทางแก่งวังน้ำเย็น ระยะทางประมาณ15 กม.

 

หากต้องการระยะทางไกลกว่านั้น สามารถขี่จักรยานบนเส้นทางที่เรียกว่า ข้ามทุ่งคือขี่จักรยานลัดข้ามจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ฝั่งหนองแม่นา(เขาค้อ) ไปทะลุที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ทุ่งแสลงหลวงฝั่งพิษณุโลก บริเวณ กม.ที่ 80 รวมระยะทางประมาณ 42 กม. ซึ่งเส้นทางนี้ค่อนข้างทรหด เหมาะสำหรับขาลุยมืออาชีพ เส้นทางต้องผ่านป่า ขึ้นเนินเล็กๆ น้อย จากหนองแม่นา ไปจนถึง ทุ่งโนนสน และเริ่มลงเขาในครึ่งทางหลัง จนถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงฝั่งพิษณุโลก  อย่างไรก็ตาม เส้นทางนี้ จำเป็นต้องทำเรื่องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ ณ ที่ทำการก่อน เนื่องจากเป็นเส้นทางที่ค่อนข้างอนุรักษ์ และเจ้าหน้าที่จะได้รับรู้ สามารถให้ความช่วยเหลือได้ หากมีการตกค้างภายในอุทยานแห่งชาติฯ

 

                       

 

ทุ่งแสลงหลวง ที่ทำการ หน่วยหนองแม่นาตั้งอยู่ริมทุ่งหญ้าสะวันนานพื้นที่กว้างขวาง มีทิวเขาโอบล้อม มีบ้านพักรับรองของอุทยานฯให้บริการ มีลานกางเต็นท์สำหรับการตั้งแค้มป์พักแรม ซึ่งค่อนข้างสะดวกสบาย ทางอุทยานฯจัดเตรียมลานกางเต็นท์ และห้องน้ำ ไว้ให้บริการ นักท่องเที่ยวสามารถนำรถยนต์เข้าไปจอดถึงจุดตั้งแค้มป์ริมทุ่งหญ้าได้เลย 

เส้นทางบนเขาค้อ

เส้นทางสำหรับการปั่นจักรยานบนเขาค้อ เป็นเส้นทางที่ค่อนข้างโลดโผน และใช้พละกำลังอย่างมาก เป็นเส้นทางสำหรับนักปั่นน่องเหล็กโดยตรง เนื่องจากพื้นที่่ส่วนใหญ่เป็นเนินเขาสลับซับซ้อน มีระดับสูงต่ำ ขึ้น-ลง เนินอยู่ตลอดเวลา ทำให้ต้องใช้แรงค่อนข้างมาก จึงมักถูกใช้เป็นเวทีการแข่งขันสำหรับมืออาชีพ

สำหรับเส้นทางโดยทั่วไป อาจเริ่มต้นจากตัวจังหวัดเพชรบูรณ์ หรือบริเวณบ้านนางั่ว ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นก่อนขึ้นเขาค้อ มุ่งตรงขึ้นเขาค้อด้วยระยะทางประมาณ 20-30 กม. โดยมีจุดหมายอยู่บริเวณจุดชมวิวทะเลหมอก หน้าที่ว่าการอำเภอเขาค้อ

 

หรืออาจจัดย่อยเป็นเส้นทางสายท่องเที่ยว โดยเริ่มจากจุดชมวิวเขาค้อ ขี่ชมวิวไปยังบริเวณอ่างเก็บน้ำรัตนัย และย้อนกลับขึ้นมายังบริเวณจุดชมวิวจุดเดิม ซึ่งจะมีระยะทางชันมากประมาณ 2-3 กม. ส่วนที่เหลือเป็นทางลาดเอียงที่มีความชันน้อย

 

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

เส้นทางขี่จักรยาน

 

                            

เส้นทางทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง มีเส้นทางผจญภัยที่สนุกสนาน ทั้งปีนเขา ลงทางดิ่ง และผ่านสภาพป่าหลายหลาก ว่ากันว่าการขี่จักรยานที่นี่เป็นสุดยอดทริป ที่นักปั่นใฝ่ฝัน เพราะธรรมชาติสวยงามตลอดเส้นทาง และบรรยากาศแคมป์ปิ้งที่สุดยอด

เส้นทางขี่จักรยานที่อุทยานแห่งชาติ ทุ่งแสลงหลวง ถูกจัดให้เป็นเส้นทางขี่จักรยานที่ดีที่สุดสายหนึ่งของการท่องเที่ยวใน ประเทศไทย และได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน UNSEEN THAILAND เมื่อปี 2547 เพราะเป็นเส้นทางที่มีครบรสชาติ ทั้งทุ่งหญ้า ป่าสน เนินเขา จนถึง ลำธาร ระหว่างทางจะได้ชมกับไม้นานาพันธุ์ โดยเฉพาะดอกไม้ป่าเล็กๆ ริมทาง และหากได้เริ่มปั่นกันแต่เช้าแล้ว จะเป็นการขี่จักรยานกันในสายหมอกทีเดียว

ทุ่งแสลงหลวง มีเส้นทางขี่จักรยานอยู่ 2 เส้นทางหลัก คือเส้นอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง-ทุ่งนางพญา ระยะทางประมาณ 10 กม. และเส้นทางแก่งวังน้ำเย็น ระยะทางประมาณ15 กม.

 

หากต้องการระยะทางไกลกว่านั้น สามารถขี่จักรยานบนเส้นทางที่เรียกว่า ข้ามทุ่งคือขี่จักรยานลัดข้ามจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ฝั่งหนองแม่นา(เขาค้อ) ไปทะลุที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ทุ่งแสลงหลวงฝั่งพิษณุโลก บริเวณ กม.ที่ 80 รวมระยะทางประมาณ 42 กม. ซึ่งเส้นทางนี้ค่อนข้างทรหด เหมาะสำหรับขาลุยมืออาชีพ เส้นทางต้องผ่านป่า ขึ้นเนินเล็กๆ น้อย จากหนองแม่นา ไปจนถึง ทุ่งโนนสน และเริ่มลงเขาในครึ่งทางหลัง จนถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงฝั่งพิษณุโลก  อย่างไรก็ตาม เส้นทางนี้ จำเป็นต้องทำเรื่องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ ณ ที่ทำการก่อน เนื่องจากเป็นเส้นทางที่ค่อนข้างอนุรักษ์ และเจ้าหน้าที่จะได้รับรู้ สามารถให้ความช่วยเหลือได้ หากมีการตกค้างภายในอุทยานแห่งชาติฯ

 

                       

 

ทุ่งแสลงหลวง ที่ทำการ หน่วยหนองแม่นาตั้งอยู่ริมทุ่งหญ้าสะวันนานพื้นที่กว้างขวาง มีทิวเขาโอบล้อม มีบ้านพักรับรองของอุทยานฯให้บริการ มีลานกางเต็นท์สำหรับการตั้งแค้มป์พักแรม ซึ่งค่อนข้างสะดวกสบาย ทางอุทยานฯจัดเตรียมลานกางเต็นท์ และห้องน้ำ ไว้ให้บริการ นักท่องเที่ยวสามารถนำรถยนต์เข้าไปจอดถึงจุดตั้งแค้มป์ริมทุ่งหญ้าได้เลย 

เส้นทางบนเขาค้อ

เส้นทางสำหรับการปั่นจักรยานบนเขาค้อ เป็นเส้นทางที่ค่อนข้างโลดโผน และใช้พละกำลังอย่างมาก เป็นเส้นทางสำหรับนักปั่นน่องเหล็กโดยตรง เนื่องจากพื้นที่่ส่วนใหญ่เป็นเนินเขาสลับซับซ้อน มีระดับสูงต่ำ ขึ้น-ลง เนินอยู่ตลอดเวลา ทำให้ต้องใช้แรงค่อนข้างมาก จึงมักถูกใช้เป็นเวทีการแข่งขันสำหรับมืออาชีพ

สำหรับเส้นทางโดยทั่วไป อาจเริ่มต้นจากตัวจังหวัดเพชรบูรณ์ หรือบริเวณบ้านนางั่ว ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นก่อนขึ้นเขาค้อ มุ่งตรงขึ้นเขาค้อด้วยระยะทางประมาณ 20-30 กม. โดยมีจุดหมายอยู่บริเวณจุดชมวิวทะเลหมอก หน้าที่ว่าการอำเภอเขาค้อ

 

หรืออาจจัดย่อยเป็นเส้นทางสายท่องเที่ยว โดยเริ่มจากจุดชมวิวเขาค้อ ขี่ชมวิวไปยังบริเวณอ่างเก็บน้ำรัตนัย และย้อนกลับขึ้นมายังบริเวณจุดชมวิวจุดเดิม ซึ่งจะมีระยะทางชันมากประมาณ 2-3 กม. ส่วนที่เหลือเป็นทางลาดเอียงที่มีความชันน้อย

 

../add_file/

เส้นทางขี่จักรยาน

 

                            

เส้นทางทุ่งแสลงหลวง

ทุ่งแสลงหลวง มีเส้นทางผจญภัยที่สนุกสนาน ทั้งปีนเขา ลงทางดิ่ง และผ่านสภาพป่าหลายหลาก ว่ากันว่าการขี่จักรยานที่นี่เป็นสุดยอดทริป ที่นักปั่นใฝ่ฝัน เพราะธรรมชาติสวยงามตลอดเส้นทาง และบรรยากาศแคมป์ปิ้งที่สุดยอด

เส้นทางขี่จักรยานที่อุทยานแห่งชาติ ทุ่งแสลงหลวง ถูกจัดให้เป็นเส้นทางขี่จักรยานที่ดีที่สุดสายหนึ่งของการท่องเที่ยวใน ประเทศไทย และได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน UNSEEN THAILAND เมื่อปี 2547 เพราะเป็นเส้นทางที่มีครบรสชาติ ทั้งทุ่งหญ้า ป่าสน เนินเขา จนถึง ลำธาร ระหว่างทางจะได้ชมกับไม้นานาพันธุ์ โดยเฉพาะดอกไม้ป่าเล็กๆ ริมทาง และหากได้เริ่มปั่นกันแต่เช้าแล้ว จะเป็นการขี่จักรยานกันในสายหมอกทีเดียว

ทุ่งแสลงหลวง มีเส้นทางขี่จักรยานอยู่ 2 เส้นทางหลัก คือเส้นอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง-ทุ่งนางพญา ระยะทางประมาณ 10 กม. และเส้นทางแก่งวังน้ำเย็น ระยะทางประมาณ15 กม.

 

หากต้องการระยะทางไกลกว่านั้น สามารถขี่จักรยานบนเส้นทางที่เรียกว่า ข้ามทุ่งคือขี่จักรยานลัดข้ามจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ฝั่งหนองแม่นา(เขาค้อ) ไปทะลุที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ทุ่งแสลงหลวงฝั่งพิษณุโลก บริเวณ กม.ที่ 80 รวมระยะทางประมาณ 42 กม. ซึ่งเส้นทางนี้ค่อนข้างทรหด เหมาะสำหรับขาลุยมืออาชีพ เส้นทางต้องผ่านป่า ขึ้นเนินเล็กๆ น้อย จากหนองแม่นา ไปจนถึง ทุ่งโนนสน และเริ่มลงเขาในครึ่งทางหลัง จนถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงฝั่งพิษณุโลก  อย่างไรก็ตาม เส้นทางนี้ จำเป็นต้องทำเรื่องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ ณ ที่ทำการก่อน เนื่องจากเป็นเส้นทางที่ค่อนข้างอนุรักษ์ และเจ้าหน้าที่จะได้รับรู้ สามารถให้ความช่วยเหลือได้ หากมีการตกค้างภายในอุทยานแห่งชาติฯ

 

                       

 

ทุ่งแสลงหลวง ที่ทำการ หน่วยหนองแม่นาตั้งอยู่ริมทุ่งหญ้าสะวันนานพื้นที่กว้างขวาง มีทิวเขาโอบล้อม มีบ้านพักรับรองของอุทยานฯให้บริการ มีลานกางเต็นท์สำหรับการตั้งแค้มป์พักแรม ซึ่งค่อนข้างสะดวกสบาย ทางอุทยานฯจัดเตรียมลานกางเต็นท์ และห้องน้ำ ไว้ให้บริการ นักท่องเที่ยวสามารถนำรถยนต์เข้าไปจอดถึงจุดตั้งแค้มป์ริมทุ่งหญ้าได้เลย 

เส้นทางบนเขาค้อ

เส้นทางสำหรับการปั่นจักรยานบนเขาค้อ เป็นเส้นทางที่ค่อนข้างโลดโผน และใช้พละกำลังอย่างมาก เป็นเส้นทางสำหรับนักปั่นน่องเหล็กโดยตรง เนื่องจากพื้นที่่ส่วนใหญ่เป็นเนินเขาสลับซับซ้อน มีระดับสูงต่ำ ขึ้น-ลง เนินอยู่ตลอดเวลา ทำให้ต้องใช้แรงค่อนข้างมาก จึงมักถูกใช้เป็นเวทีการแข่งขันสำหรับมืออาชีพ

สำหรับเส้นทางโดยทั่วไป อาจเริ่มต้นจากตัวจังหวัดเพชรบูรณ์ หรือบริเวณบ้านนางั่ว ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นก่อนขึ้นเขาค้อ มุ่งตรงขึ้นเขาค้อด้วยระยะทางประมาณ 20-30 กม. โดยมีจุดหมายอยู่บริเวณจุดชมวิวทะเลหมอก หน้าที่ว่าการอำเภอเขาค้อ

 

หรืออาจจัดย่อยเป็นเส้นทางสายท่องเที่ยว โดยเริ่มจากจุดชมวิวเขาค้อ ขี่ชมวิวไปยังบริเวณอ่างเก็บน้ำรัตนัย และย้อนกลับขึ้นมายังบริเวณจุดชมวิวจุดเดิม ซึ่งจะมีระยะทางชันมากประมาณ 2-3 กม. ส่วนที่เหลือเป็นทางลาดเอียงที่มีความชันน้อย

 



ชื่อไฟล์ :

ล่องแก่งลำน้ำเข็ก

 

ในช่วงฤดูฝน ลำน้ำเข็กมีกระแสน้ำที่ค่อนข้างหลากหลาย ตามลักษณะของโค้งน้ำ ตั้งแต่การไหลเอื่อยไปตามแนวลำธารเรียบๆ จนถึงเชี่ยวกรากกลางแก่งหินในลำน้ำ ความยากของการล่องแก่งมีให้เลือกตั้งแต่ระดับ ง่ายมาก จนถึงระดับยากที่สุด จึงเป็นที่ท้าทายของนักผจญภัย ได้มาทดสอบความกล้าหาญ การล่องแก่งที่นี่ ขึ้นชื่อเป็นอันดับต้นๆ ของเมืองไทย

 

   

 

ระดับความยากง่ายของการล่องแก่งลำน้ำเข็กมีแก่งต่างๆที่มีลักษณะแตกต่างกันไป ถึง  8 แก่ง คือ แก่งท่าข้าม แก่งไทร แก่งปากยาง แก่งหินลาด แก่งรัชมังคลา แก่งซาง แก่งโสภาราม แก่งนางคอย และแก่งยาว  ในฤดูฝนมีกระแสน้ำค่อนข้างรุนแรง  ทำให้เส้นทางล่องมีความยากง่ายในแต่ละแก่งไม่เหมือนกัน จัดลำดับความยากอยู่ที่ระดับ 2-5  จากระดับความยาก 5 ระดับคือ

ระดับ ง่ายมาก มีแก่งเล็กน้อย น้ำจะไหลไปเรื่อยๆ  ไม่อันตราย
ระดับ ธรรมดา น้ำไหลแรงขึ้น เริ่มมีแก่งบ้าง
ระดับ ปานกลาง มีแก่งที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น
ระดับ ยาก มีแก่งมาก หรือน้ำอาจจะแรง และมีโขดหินที่ขวางลำน้ำ
ระดับ อันตรายมาก ไม่เหมาะกับการล่องแก่ง อาจเกิดอุบัติเหตุได้

แก่งแรก คือ แก่งปากยาง มีระดับความยากอยู่ที่ระดับ 2-3  ความยาวของแก่งจะประมาณ  100 เมตร  และ เริ่มมีสีสันเพิ่มความยากในการล่องมากขึ้น เมื่อเริ่มผ่านแก่งหินลาด จนไปถึงแก่งรัชมังคลา

แก่งซาง เป็นแก่งที่ยากที่สุด สนุก หวาดเสียวที่สุด ต้องคอยประคองเรือ และลุ้นตลอดเวลา ไม่ให้หล่น หรือไม่ทำให้เรือคว่ำ ต้องผ่านกิ่งไม้ โขดหิน ท่ามกลางกระแสน้ำที่เชียวกรากสุดๆ การผ่านแก่งซางไปได้จะทำให้ต้องจดจำรส ชาติการล่องแก่งสนุกสนานมากที่สุดเลยทีเดีย เมื่อผ่านไปแล้วจะหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง เหลือไว้แต่ความสนุก เสียงเล่าขานที่สุดมัน โล่งอกกันโดยถ้วนหน้า ส่วนช่วงปลายของแก่งซาง เป็นช่วงที่น้ำไหลเบาๆ ทำให้มีโอกาสได้มองทัศนียภาพสองข้างทางมากขึ้น และสามารถลงเล่นน้ำได้ในช่วงนี้

ลำน้ำเข็กมีต้นกำเนิดจากเทือกเขาในจังหวัดเพชรบูรณ์ ทางด้านอำเภอเขาค้อ ไหลผ่านอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง เป็นน้ำตกศรีดิษฐ์ และน้ำตกแก่งโสภา  ไหลผ่านอำเภอวังทอง ไปรวมกับแม่น้ำน่าน ที่อำเภอบางกระทุ่ม

ช่วงที่เหมาะสมสำหรับการล่องแก่งในลำน้ำเข็ก คือระหว่างเดือนกรกฎาคม ถึง เดือนตุลาคม ระยะทางในการล่องแก่งกว่า  8 กิโลเมตร ใช้เวลาล่องแก่งไม่เกิน  3 ชั่วโมง  ในบางช่วงน้ำอาจมีสีน้ำตาลขุ่น น้ำมีระดับสูง

จุดเริ่มต้นการล่องแก่งลำน้ำเข็ก ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอ.วังทอง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับ อ.เขาค้อ แต่รีสอร์ทหลายแห่งบนเขาค้อ จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมา เพื่อบริการนักท่องเที่ยว ในช่วงฤดูฝน ที่มีน้ำหลาก และกระแสน้ำเหมาะสำหรับการล่องแก่ง  เพื่ออำนวยความสะดวกกับนักท่องเที่ยว ที่ต้องการเที่ยวชมเขาค้อ และต้องการหาเวลาว่าง ทำกิจกรรมล่องแก่งสัก 1 วัน

ข้อมูลจาก : http://www.khaoko.com

 

ชื่อเรื่อง:    ชื่อไฟล์:

ล่องแก่งลำน้ำเข็ก

 

ในช่วงฤดูฝน ลำน้ำเข็กมีกระแสน้ำที่ค่อนข้างหลากหลาย ตามลักษณะของโค้งน้ำ ตั้งแต่การไหลเอื่อยไปตามแนวลำธารเรียบๆ จนถึงเชี่ยวกรากกลางแก่งหินในลำน้ำ ความยากของการล่องแก่งมีให้เลือกตั้งแต่ระดับ ง่ายมาก จนถึงระดับยากที่สุด จึงเป็นที่ท้าทายของนักผจญภัย ได้มาทดสอบความกล้าหาญ การล่องแก่งที่นี่ ขึ้นชื่อเป็นอันดับต้นๆ ของเมืองไทย

 

   

 

ระดับความยากง่ายของการล่องแก่งลำน้ำเข็กมีแก่งต่างๆที่มีลักษณะแตกต่างกันไป ถึง  8 แก่ง คือ แก่งท่าข้าม แก่งไทร แก่งปากยาง แก่งหินลาด แก่งรัชมังคลา แก่งซาง แก่งโสภาราม แก่งนางคอย และแก่งยาว  ในฤดูฝนมีกระแสน้ำค่อนข้างรุนแรง  ทำให้เส้นทางล่องมีความยากง่ายในแต่ละแก่งไม่เหมือนกัน จัดลำดับความยากอยู่ที่ระดับ 2-5  จากระดับความยาก 5 ระดับคือ

ระดับ ง่ายมาก มีแก่งเล็กน้อย น้ำจะไหลไปเรื่อยๆ  ไม่อันตราย
ระดับ ธรรมดา น้ำไหลแรงขึ้น เริ่มมีแก่งบ้าง
ระดับ ปานกลาง มีแก่งที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น
ระดับ ยาก มีแก่งมาก หรือน้ำอาจจะแรง และมีโขดหินที่ขวางลำน้ำ
ระดับ อันตรายมาก ไม่เหมาะกับการล่องแก่ง อาจเกิดอุบัติเหตุได้

แก่งแรก คือ แก่งปากยาง มีระดับความยากอยู่ที่ระดับ 2-3  ความยาวของแก่งจะประมาณ  100 เมตร  และ เริ่มมีสีสันเพิ่มความยากในการล่องมากขึ้น เมื่อเริ่มผ่านแก่งหินลาด จนไปถึงแก่งรัชมังคลา

แก่งซาง เป็นแก่งที่ยากที่สุด สนุก หวาดเสียวที่สุด ต้องคอยประคองเรือ และลุ้นตลอดเวลา ไม่ให้หล่น หรือไม่ทำให้เรือคว่ำ ต้องผ่านกิ่งไม้ โขดหิน ท่ามกลางกระแสน้ำที่เชียวกรากสุดๆ การผ่านแก่งซางไปได้จะทำให้ต้องจดจำรส ชาติการล่องแก่งสนุกสนานมากที่สุดเลยทีเดีย เมื่อผ่านไปแล้วจะหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง เหลือไว้แต่ความสนุก เสียงเล่าขานที่สุดมัน โล่งอกกันโดยถ้วนหน้า ส่วนช่วงปลายของแก่งซาง เป็นช่วงที่น้ำไหลเบาๆ ทำให้มีโอกาสได้มองทัศนียภาพสองข้างทางมากขึ้น และสามารถลงเล่นน้ำได้ในช่วงนี้

ลำน้ำเข็กมีต้นกำเนิดจากเทือกเขาในจังหวัดเพชรบูรณ์ ทางด้านอำเภอเขาค้อ ไหลผ่านอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง เป็นน้ำตกศรีดิษฐ์ และน้ำตกแก่งโสภา  ไหลผ่านอำเภอวังทอง ไปรวมกับแม่น้ำน่าน ที่อำเภอบางกระทุ่ม

ช่วงที่เหมาะสมสำหรับการล่องแก่งในลำน้ำเข็ก คือระหว่างเดือนกรกฎาคม ถึง เดือนตุลาคม ระยะทางในการล่องแก่งกว่า  8 กิโลเมตร ใช้เวลาล่องแก่งไม่เกิน  3 ชั่วโมง  ในบางช่วงน้ำอาจมีสีน้ำตาลขุ่น น้ำมีระดับสูง

จุดเริ่มต้นการล่องแก่งลำน้ำเข็ก ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอ.วังทอง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับ อ.เขาค้อ แต่รีสอร์ทหลายแห่งบนเขาค้อ จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมา เพื่อบริการนักท่องเที่ยว ในช่วงฤดูฝน ที่มีน้ำหลาก และกระแสน้ำเหมาะสำหรับการล่องแก่ง  เพื่ออำนวยความสะดวกกับนักท่องเที่ยว ที่ต้องการเที่ยวชมเขาค้อ และต้องการหาเวลาว่าง ทำกิจกรรมล่องแก่งสัก 1 วัน

ข้อมูลจาก : http://www.khaoko.com

 

../add_file/

ล่องแก่งลำน้ำเข็ก

 

ในช่วงฤดูฝน ลำน้ำเข็กมีกระแสน้ำที่ค่อนข้างหลากหลาย ตามลักษณะของโค้งน้ำ ตั้งแต่การไหลเอื่อยไปตามแนวลำธารเรียบๆ จนถึงเชี่ยวกรากกลางแก่งหินในลำน้ำ ความยากของการล่องแก่งมีให้เลือกตั้งแต่ระดับ ง่ายมาก จนถึงระดับยากที่สุด จึงเป็นที่ท้าทายของนักผจญภัย ได้มาทดสอบความกล้าหาญ การล่องแก่งที่นี่ ขึ้นชื่อเป็นอันดับต้นๆ ของเมืองไทย

 

   

 

ระดับความยากง่ายของการล่องแก่งลำน้ำเข็กมีแก่งต่างๆที่มีลักษณะแตกต่างกันไป ถึง  8 แก่ง คือ แก่งท่าข้าม แก่งไทร แก่งปากยาง แก่งหินลาด แก่งรัชมังคลา แก่งซาง แก่งโสภาราม แก่งนางคอย และแก่งยาว  ในฤดูฝนมีกระแสน้ำค่อนข้างรุนแรง  ทำให้เส้นทางล่องมีความยากง่ายในแต่ละแก่งไม่เหมือนกัน จัดลำดับความยากอยู่ที่ระดับ 2-5  จากระดับความยาก 5 ระดับคือ

ระดับ ง่ายมาก มีแก่งเล็กน้อย น้ำจะไหลไปเรื่อยๆ  ไม่อันตราย
ระดับ ธรรมดา น้ำไหลแรงขึ้น เริ่มมีแก่งบ้าง
ระดับ ปานกลาง มีแก่งที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น
ระดับ ยาก มีแก่งมาก หรือน้ำอาจจะแรง และมีโขดหินที่ขวางลำน้ำ
ระดับ อันตรายมาก ไม่เหมาะกับการล่องแก่ง อาจเกิดอุบัติเหตุได้

แก่งแรก คือ แก่งปากยาง มีระดับความยากอยู่ที่ระดับ 2-3  ความยาวของแก่งจะประมาณ  100 เมตร  และ เริ่มมีสีสันเพิ่มความยากในการล่องมากขึ้น เมื่อเริ่มผ่านแก่งหินลาด จนไปถึงแก่งรัชมังคลา

แก่งซาง เป็นแก่งที่ยากที่สุด สนุก หวาดเสียวที่สุด ต้องคอยประคองเรือ และลุ้นตลอดเวลา ไม่ให้หล่น หรือไม่ทำให้เรือคว่ำ ต้องผ่านกิ่งไม้ โขดหิน ท่ามกลางกระแสน้ำที่เชียวกรากสุดๆ การผ่านแก่งซางไปได้จะทำให้ต้องจดจำรส ชาติการล่องแก่งสนุกสนานมากที่สุดเลยทีเดีย เมื่อผ่านไปแล้วจะหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง เหลือไว้แต่ความสนุก เสียงเล่าขานที่สุดมัน โล่งอกกันโดยถ้วนหน้า ส่วนช่วงปลายของแก่งซาง เป็นช่วงที่น้ำไหลเบาๆ ทำให้มีโอกาสได้มองทัศนียภาพสองข้างทางมากขึ้น และสามารถลงเล่นน้ำได้ในช่วงนี้

ลำน้ำเข็กมีต้นกำเนิดจากเทือกเขาในจังหวัดเพชรบูรณ์ ทางด้านอำเภอเขาค้อ ไหลผ่านอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง เป็นน้ำตกศรีดิษฐ์ และน้ำตกแก่งโสภา  ไหลผ่านอำเภอวังทอง ไปรวมกับแม่น้ำน่าน ที่อำเภอบางกระทุ่ม

ช่วงที่เหมาะสมสำหรับการล่องแก่งในลำน้ำเข็ก คือระหว่างเดือนกรกฎาคม ถึง เดือนตุลาคม ระยะทางในการล่องแก่งกว่า  8 กิโลเมตร ใช้เวลาล่องแก่งไม่เกิน  3 ชั่วโมง  ในบางช่วงน้ำอาจมีสีน้ำตาลขุ่น น้ำมีระดับสูง

จุดเริ่มต้นการล่องแก่งลำน้ำเข็ก ส่วนใหญ่อยู่ในเขตอ.วังทอง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นพื้นที่ติดกับ อ.เขาค้อ แต่รีสอร์ทหลายแห่งบนเขาค้อ จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมา เพื่อบริการนักท่องเที่ยว ในช่วงฤดูฝน ที่มีน้ำหลาก และกระแสน้ำเหมาะสำหรับการล่องแก่ง  เพื่ออำนวยความสะดวกกับนักท่องเที่ยว ที่ต้องการเที่ยวชมเขาค้อ และต้องการหาเวลาว่าง ทำกิจกรรมล่องแก่งสัก 1 วัน

ข้อมูลจาก :